Skip to Content

ใครขวางมีสิทธิ์ตาย! หนุ่มใหญ่เมาแอ๋ขับกระบะส่ายไปส่ายมา ตร.เรียกจอดเจอปืนวางหราบนเบาะ

Written on August 9, 2017 at 10:02 am, by

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. พ.ต.ต.ขุนเขา โพธิ์สุวรรณ สารวัตรสถานทีตำรวจทางหลวง กก.1 บก.ทล ร.ต.อ.อาทิตย์ ศรีสุยงค์ รอง สว. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ออกอำนวยความสะดวกการจราจรบนถนนสายเอเชีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 10-11 เส้นก่อนถึงบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องไปรษณีย์หรือกล่องพัสดุ ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ปรากฎว่ามีรถยนต์กระบะอีซูซุ ทะเบียน ถพ 9011 กทม. ขับส่ายไปส่ายมาอยู่บนถนน

เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้จอด เพราะเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ โดยมีนายอดุลย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี บ้านอยู่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ขับมาเพียงลำพังและยังมีลักษณะคล้ายคนเมาสุรา ภายในรถยังมีกลิ่นสุราคละคลุ้ง ส่วนบนหลังมีอาวุธปืนยาวขนาด.22 พร้อมกระสุนปืนอีก 18 นัด พร้อมขวดเครื่องดื่มชูกำลังแต่ภายในมีน้ำสุราวางอยู่ จึงควบควบคุมตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ที่สถานีตำรวจทางหลวงอยุธยา ปรากฎว่ามีแอลกอฮอล์สูงถึง 268 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น

จากการสอบสวนนายอดุลย์ ให้การว่า ทำงานเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในจ.ปทุมธานี ก่อนถูกจับขับรถไปทดลองยิงปืนยาวที่ป่าข้างทางในจ.อ่างทอง เสร็จแล้วขับรถกลับบ้านที่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ขับรถในขณะเมาสุราและมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งตำรวจ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

รถพ่วงแวะร้านสะดวกซื้อ ได้ยินเสียงดัง วิ่งออกมาดู เจอศพหนุ่ม20ดับสยอง-สาวสาหัส

Written on July 25, 2017 at 7:11 am, by

    เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 7 ก.ค.2560 ร.ต.ท.ธนนชัยย์ ศรีบุญจันทร์ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจยย.ชนท้ายรถยนต์บรรทุก มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนโรจนะอยุธยา-วังน้อย บริเวณหน้าร้านขายกล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์ราคาถูกใกล้กับทางเข้าสวนอุตสาหกรรมโรจนะประตู เอ หลักกิโลเมตรที่ 11 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย มูลนิธิพุทไธสวรรย์

พบรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ ตัวแม่หมายเลขทะเบียน 71-4739 นครปฐม ตัวลูกหมายเลขทะเบียน 71-4740 นครปฐม จอดเปิดสัญญาณไฟกระพริบ ถูก จยย.ฮอนด้า ซูเมอร์เอ็กซ์ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 1กม-1036 ชัยภูมิ ชนท้าย จนสภาพด้านหน้าของรถจยย.พังยับเยิน พบศพนายอนุวัฒน์ พิมาย อายุ 20 ปี อยู่หมู่ 5 ต.ขุนทอง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา สภาพศพแขนขาหัก ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์มีเลือดไหลนองพื้นถนน ส่วนผู้บาดเจ็บ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลราชธานี ทราบชื่อ น.ส.พรรนิพา โพธิ์ชัยแก้ว อายุ 20 ปี อาการสาหัส

สอบสวนนายพงษ์พัฒน์ แสนหาร อายุ 41 ปี อยู่หมู่ 9 ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ คนขับรถยนต์บรรทุก ทราบว่าตนเองบรรทุกทรายมาจาก อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา จนไปส่งที่ จ.สมุทรปราการ ได้จอดแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อเปิดสัญญาณไฟกระพริบ ได้ประมาณ 10 นาที ได้ยินเสียง รถถูกชนท้ายอย่างแรง รีบออกมาดู พบว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ มาให้การช่วยเหลือ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นรถจยย.วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายรถยนต์บรรทุกที่จอดอยู่ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ และผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

 

ล่าหนุ่มสุดตื้อขอดูสร้อยทอง 2 บาท เจ้าของร้านเผลอฉกวิ่งหนีขึ้นจยย.

Written on July 11, 2017 at 9:01 am, by

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. พ.ต.ต.สุพรรณ ใจหาญ สว.อำนวยการสภ.บ่อวิน จ.ชลบุรี ทำหน้าที่ สว.จจราจร ได้รับแจ้งจากนางปณิดา เจ้าของห้างทองทองใบ เลขที่ 271/124-125 ฝั่งตรงข้ามร้านขายกล่องกระดาษหรือกล่องไปรษณีย์ราคาถูก หมู่ 6 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่ามีคนร้ายทำทีมาขอดูสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท เมื่อเผลอคนร้าย ซึ่งรูปร่างผอมสูงผิวดำก็กระชากสร้อยคอทองคำวิ่งหลบหนีไปขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอสีขาวคาดเขียว หมายเลขทะเบียน 1กน-4777 ไม่ทราบหมวดจังหวัดที่จอดอยู่หัวมุมร้านหลบหนี ไปทางถนนสุขาภิบาล 8 หลังทราบเหตุจึงรายงานให้ พ.ต.อ.กรพัฒน์ หอมหวล ผกก.สภ.บ่อวิน ประสานเจ้าหน้าชุดสืบสวน ร.ต.อ.สมภพ มะจันทร์ รองสว.สืบสวน มาดูกล้องวงจรปิดที่ร้านทองดังกล่าว

โดยพบว่าคนร้ายทำทีมาขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทโดยพยายามตื้อขอดูจากเจ้าของร้าน และยังพบว่าคนร้ายมีกลิ่นสุราโชยออกมาด้วย เจ้าของร้านคิดว่าเป็นคนค้าขายเมื่อมีลูกค้ามาขอดูสร้อยคอทองคำจึงนำมาให้เลือกดูหลายเส้น จนมาถึงเส้นลายห่วงคู่โปร่งจากนั้นคนร้ายก็กระชากจากมือ แล้ววิ่งไปขี่รถที่จอดอยู่หัวมุมร้านหลบหนีไป

ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งก่อสร้างอยู่ใกล้กับร้านทองเห็นว่าคนร้ายสวมเสื้อยืดสีดำแขนยาวลายขาว กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าแตะแบบสวมสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ สีขาวคาดเขียว หมายเลขทะเบียน 1กน-4777 ไม่ทราบหมวดจังหวัด ซึ่งทางตำรวจตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถที่ใช้ก่อเหตุ พบว่าเป็นของรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า MSX ผู้ครองครองอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของร้ายจากกล้องวงจรปิด ตามรายทางเพื่อเป็นแนวทางติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบแก๊งสกิมเมอร์คาตู้เอทีเอ็ม ขณะกำลังติดตั้งอุปกรณ์ แนะป้องมือกันเห็นรหัสทุกครั้ง!

Written on June 28, 2017 at 8:49 am, by

พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.ถลาง เจ้าของกิจการร้านขายกล่องพัสดุหรือกล่องไปรษณีย์รายใหญ่ เปิดเผยกรณี เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจสภ.ถลาง ร่วมกันจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหาชาวจีน คือ นายโจว ฉ่าว เพิง (ZHOU CHAOPENG) อายุ 30 ปี และนายโจว ฉี่ หง (ZHOU QIHONG) อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลาง เป็นเครื่องคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กโทรนิกส์ จำนวน 2 ชิ้น ,กล้องวีดีโอบันทึกภาพขนาดเล็ก จำนวน 4 เครื่อง,สายเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กโทรนิกส์ จำนวน 1 เส้น ,เทปกาวสองหน้า แบบบาง จำนวน 4 ม้วน ,กุญแจห้องพัก เลขที่ 1203 ของโรงแรมในยางบีช โฮเต็ล,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง ,กล้องวีดีโอบันทึกภาพขนาดเล็ก จำนวน 3 ชิ้น ,คอมพิวเตอร์ แบบโน๊ตบุ๊ค สีดำ จำนวน 1 เครื่อง, อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (ฮาร์สดิส) จำนวน 2 ตัว ,แบตเตอรี่ แบบบาง จำนวน 4 ก้อน , เครื่องเชื่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (หัวแร้ง) จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องติดกาวร้อน จำนวน 1 เครื่อง, กาวร้อน แบบแท่ง จำนวน 9 แท่ง  เเละที่ชาร์ตแบตเตอรี่ แบบบาง จำนวน 2 เส้น

โดยเจ้าหน้าที่จับกุม ตัวได้บริเวณตู้เอทีเอ็ม หน้าร้านสะดวกซื้อ (เซเว่นอีเลเว่น) บ้านลิพอน ม.8 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ต่อเนื่องบริเวณริมถนนเทพกระษัตรี (ฝั่งขาออก) ม.8 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ตเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาสอบสวนเเละเเจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีเครื่องมือ หรือวัตถุสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอม หรือแปลง หรือมีเครื่องมือ หรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง”นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุลผกก.สภ.ถลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากธนาคารผู้ได้รับผลกระทบ จึงให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลกระทั่งพบเบาะเเสเเละขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้มาได้

ทั้งนี้ลักษณะการทำงานของคนร้ายคล้ายกับสกิมเมอร์ทั่วๆไปคือจะนำกล้องขนาดเล็กเเละเเป้นพิมพ์ตัวเลขปลอมที่ทำขึ้นไปติดทับที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อดูดข้อมูลเเถบเเม่เหล็ก เเละดูรหัสผ่าน เมื่อมีคนมากด เครื่องปลอมก็จะบันทึกข้อมูล หากใครไม่เอามือป้องระหว่างการกดรหัส ก็จะโดนกล้องตัวจิ๋ว บันทึกการกดรหัสไว้ ถ้ากล้องเก็บข้อมูลรหัสไว้ได้แล้ว คนร้ายก็จะเอาข้อมูลไปทำบัตรใหม่ก่อนตระเวนกดเงินโดยดูจากรหัสที่กล้องบันทึกไว้ โดยจะต้องได้ทั้งข้อมูลเเละรหัสจึงจะสมบูรณ์

หากได้อย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่สามารถกดเงินได้ เเต่ถ้าได้ทั้งสองอย่างคนร้ายก็จะสามารถดำเนินการตรวจสอบเงินในบัญชีก่อนทำบัตรปลอมเเละตระเวนกดเงินจนหมด จึงฝากย้ำไปถึงพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวหากไม่มั่นใจในการใช้ตู้เอทีเอ็มทำธุรกรรมทางการเงิน สิ่งแรกที่จะช่วยได้คือการใช้มือบังไว้ขณะกดรหัสเพื่อความปลอดภัยหรือหากพบเห็นอุปกรณ์ใดใดบนตู้มีความผิดปกติขอให้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารของเครื่องนั้นๆ

ทั้งนี้ ในส่วนของคดีนี้ เจ้าหน้าที่จะมีการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการอีกหรือไม่ หากมีก็จะเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับ ‘แชมป์ ลาดหญ้า’ ซิ่งเก๋งหนีตร. สุดท้ายไม่รอดจนมุมของกลางทั้งยาบ้า-ไอซ์

Written on June 19, 2017 at 9:37 am, by

รวบ ‘แชมป์ ลาดหญ้า’อดีตพนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุเเละกล่องไปรษณีย์ ซิ่งเก๋งหนีการจับกุม ตร.สืบสังขละบุรี สุดท้ายไม่รอดจนมุมที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดพระธรรมกาย สาขาบ้านพระเจดีย์สามองค์ ของกลางทั้งยาบ้า-ไอซ์ แถมตรวจฉี่เป็นสีม่วง

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พ.ต.อ.มานิตย์ ผลวานิชย์ ผกก.สภ.สังขละบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตน พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิงหา วังวงศ์ทอง รอง ผกก.ป.สังขละบุรี พ.ต.ท.จุมพล เลขสุนทรากร รอง ผกก.สส.สังขละบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.สมชาย โตเฟื่อง สว.ฝอ.ภ.จว.กาญจนบุรี ช่วยราชการ สภ.สังขละบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สังขละบุรี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจ บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู และ เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ ร่วมกันสกัดจับรถยนต์ ยี่ห้อโปรตอน สีดำ หมายเลขทะเบียน ญบ 1385 กทม.คนขับชื่อนายธนัชนนท์ หรือ แชมป์ พิมพ์สุภานนท์ อายุ 25 ปี อดีตพนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุเเละกล่องไปรษณีย์ อยู่บ้านเลขที่ 282/172043 หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี เนื่องจากต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

จนกระทั่งพบนายธนัชนนท์ หรือ แชมป์ ถือกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ ไปพบพนักงานขับรถยนต์โดยสารสายสังขละบุรี-กาญจนบุรี ไม่นานนักก็เดินไปที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง พร้อมกระเป๋าใบดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ไปสอบถามพนักงานขับรถยนต์โดยสาร จึงทราบว่านายธนัชนนท์จะฝากกระเป๋าไปให้เพื่อนที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี แต่พนักงานขับรถไม่รับเนื่องจากมีกฎว่า หากใครจะฝากกระเป๋า คนฝากจะต้องถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนให้ นายธนัชนนท์จึงไม่ยอมฝาก เจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่าภายในกระเป๋าจะต้องมีสิ่งผิดกฎหมายอย่างแน่นอน

เจ้าหน้าที่จึงรีบติดตามไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อตรวจค้น แต่เมื่อนายธนัชนนท์เห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้วิ่งไปขึ้นรถยนต์แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังติดตามไปอย่างกระชั้นชิด และพบว่าขับรถยนต์เลี้ยวเข้าไปภายในสำนักปฏิบัติธรรมวัดพระธรรมกาย สาขาบ้านพระเจดีย์สามองค์ ระหว่างหลบหนีพบนายธนัชนนท์ โยนวัตถุบางอย่างลงจากรถยนต์ ก่อนที่จะไปจนมุมเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในสำนักปฏิบัติธรรมฯ เนื่องจากเป็นทางตัน

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจค้นหาวัตถุที่โยนทิ้งจากรถยนต์ พบเป็นซองบุหรี่ยี่ห้อหนึ่ง ภายในมียาบ้าพันด้วยกระดาษกาว จำนวน 195 เม็ด ยาไอซจำนวน 3 ถุง หนัก 8.98 กรัม แต่นายธนัชนนท์ ตอบปฏิเสธอย่างเสียงแข็ง พร้อมกับสะบัดตัวและนั่งๆยืนๆไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุม ในที่สุดพบซองพลาสติกสีฟ้าแบบรูดเปิด-กดปิดหล่นจากกระเป๋ากางเกง จำนวน 1 ถุง ซึ่งซองดังกล่าวเป็นชนิดเดียวกันที่ใช้สำหรับบรรจุยาบ้าและยาไอซ์ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.สังขละบุรี

จากนั้นได้นำตัวไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดที่ รพ.สังขละบุรี ผลพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ จึงถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา” มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์ ) โดยผิดกฎหมาย

คนร้ายถีบจยย.พยาบาลสาวหัวฟาดโคม่า! คดีไม่คืบ-วอนขอบริจาคเลือดด่วน

Written on June 2, 2017 at 4:51 am, by

วันที่ 1 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเปิดเรื่องราวสลด ที่จ.ชลบุรี ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถจักรยานยนต์ ติดตามนางสาวนันทพร บุญประสพ อายุ 21 ปี พยาบาลวิชาชีพปฎิบัติการ แผนกวิสัญญี ของโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี โดยเกิดเหตุเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2560 เวลา 07.00 น. โดยทางนางสาวนันทพร ได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีทอง หมายเลขทะเบียน กนค 720 ตราด ไปตามถนนมนตะเสวี ใกล้กับโรงงานผลิตเเละจำหน่ายซองขยายข้างและซองเอกสารขยายข้างเกรดเอ ก่อนจะถึงโรงพยาบาลมะเร็งเพียง 500 เมตร คนร้ายได้กระชากกระเป๋า จนทำให้รถของพยาบาลสาวล้มลง และศรีษะไปฟาดกับขอบถนน จนสมองได้รับความกระทบกระเทือน คนร้ายได้กระเป๋า ภายในมีเงินสด และยังถอดแหวนในนิ้วมือหนัก 1 สลึงหลบหนีไป หลังจากนั้นพลเมืองดีจึงนำนางสาวนันทพรส่งโรงพยาบาลชลบุรี

ล่าสุดนางสาวนันทพร ยังรักษาตัวอยู่ภายในห้องไอซียู อาการวิกฤต แพทย์ต้องผ่าตัดสมองถึง 2 ครั้ง เลือดคลั่งในสมอง อาการยังน่าเป็นห่วง

ทางด้านนางชวน บุญประสพ แม่ของพยาบาลสาวและญาติๆได้มาเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับเผยว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ลูกสาวได้ออกเวรจาก รพ.เอกชน ช่วงเวลา 06.00 น. และได้ขี่รถจักรยานยนต์ ไปทำงานต่อที่โรงพยาบาลมะเร็ง อีกประมาณ 500 เมตรจะถึงที่ทำงาน มีคนร้ายขี่จักรยานยนต์มาประกบ พร้อมกับใช้เท้าถีบรถของลูกสาวล้มล เพื่อขโมยของ โดยศรีษะของลูกสาวไปฟาดกับขอบถนน จนแน่นิ่งไป ต่อมาพลเมืองดีก็รีบนำส่งโรงพยาบาล ตอนนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู หมอผ่าตัดสมอง มีเลือดคลั่ง หมอบอกว่ากำลังเฝ้าดูอาการอยางใกล้ชิด

“ตอนนี้ขอรับบริจาคเลือดกรุ๊ปโอ ให้น้องด่วน รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก เพราะลูกสาวเรียนจบพยาบาล และไปเรียนเฉพาะทางเป็นพยาบาลวิสัญญี ของโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี และขอวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งเรื่องก็เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. แล้ว ตอนนี้คดีก็ยังไม่คืบ เพียงแต่บอกว่า ต้องรอกล้องวงจรปิดในวันที่ 4 มิ.ย ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมต้องไปรอถึงวันที่ 4 ตำรวจมีอำนาจขอตรวจสอบได้ แต่ทำไมไม่ทำกัน ลูกสาวก็ช่วยเหลือคนมาตลอด อยากจะให้ช่วยกันบ้าง” แม่กล่าวด้วยน้ำตา

ชาวบ้านอพยพวุ่น! แก๊สแอมโมเนียรั่วกลิ่นเหม็นตลบ ระทึกกลางเมืองระนอง

Written on May 30, 2017 at 4:06 am, by

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดระนอง รับแจ้งเกิดเหตุแก๊สแอมโมเนียรั่วไหลจากภายในโรงน้ำแข็งตรงข้ามบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกหรือกล่องพัสดุ บริเวณสี่แยกประปากลางเมืองระนอง ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณส่งผลกระทบกับประชาชนที่สูดดมเข้าไปจนใจไม่ออก ปวดแสบตา และแสบจมูก จึงรีบประสานหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองระนอง และศูนย์นเรนทรร.พ.ระนอง เร่งระดมกำลังเข้าตรวจสอบเหตุและเข้าช่วยเหลือประชาชน

โดยที่เกิดเหตุพบประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณสี่แยกตลาดเก่า ถนนท่าเมือง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง ประมาณ 10 ครัวเรือนซึ่งอยู่ด้านหลังโรงน้ำแข็ง ได้รับผลกระทบโดยตรง จากแก๊สแอมโมเนียหรือแก๊สไข่เน่า ซึ่งเป็นสารหล่อเย็นสำหรับใช้ทำน้ำแข็งฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณและเข้าไปอบอวลภายในตัวบ้าน ชาวบ้านหลายลังบ้านต้องรีบปิดบ้านแล้วย้ายคนชราและผู้พิการออกทันที บางบ้านต้องออกมาอยู่หน้าบ้านเพื่อหายใจและเปิดประตูบ้านเพื่อให้อากาศไหลเวียน

ประชาชนที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะนั่งรับประทานข้าวภายในบ้านมีกลิ่นเข้ามาในตัวบ้าน ทุกบ้านต้องรีบออกมาหน้าบ้านและพาคนในบ้านออกไปทันที และมีหลายบ้านได้พาผู้สูงอายุไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว

ขณะที่ชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้าทำการตรวจสอบภายในโรงน้ำแข็ง พบช่างภายในโรงงานได้รีบเข้าดำเนินการแก้ไขวาวล์เปิด-ปิดท่อส่งแก๊สสำหรับทำความเย็น ที่เกิดการชำรุดเป็นที่เรียบร้อยภายในเวลา 15 นาที แต่ภายในโรงงานยังมีกลิ่นแก๊สอบอวลอยู่ เจ้าหน้าที่หลายคนต้องเอาชายเสื้อปิดปากและจมูกในขณะเข้าทำการตรวจสอบ

นายอรุณ นิลวิเชียร หัวหน้าชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า เมื่อได้แจ้งเหตุแก๊สแอมโมเนียรั่ว บริเวณโรงน้ำแข็งใกล้กับที่ทำการประปา เมื่อเข้าไปตรวจแล้วพบว่าช่างได้เร่งแก้ไขปัญหาซ่อมจุดที่รั่วไหลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ภายในโรงงานที่ยังมีกลิ่นหลงเหลืออยู่เนื่องจากเป็นที่อับ การระบายอากาศและระบายแก๊สได้ช้า แต่สถานการณ์เบื้องต้นปลอดภัย ช่างได้ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบบร้อย

อพยพวุ่นกว่า 200 ชีวิต หนีก๊าซรั่วในนิคมมาบตาพุด ควันพุ่งฟุ้งรอบโรงงาน

Written on May 19, 2017 at 9:09 am, by

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ก๊าซรั่ว นิคมมาบตาพุด

วันที่ 19 พ.ค. เจ้าหน้าที่การนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ได้รับแจ้งว่ามีก๊าซรั่วไหลออกมาภายในบริษัทบางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG) อยู่ติดบริษัทผลิตกล่องพัสดุหรือกล่องไปรษณีย์เกรดเอ เลขที่ 14 ถนนไอ 4 นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานหน่วยฉุกเฉินเพื่อระงับเหตุทันที

เมื่อไปถึงพบมีกลุ่มควันสีขาวปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ พนักงานที่ทำงานในบริษัทที่เกิดเหตุและใกล้เคียงกว่า 200 คน พากันอพยพหีตายออกมาจากบริเวณที่เกิดเหตุ และออกจากพื้นที่ทันที จากนั้นทีมตรวจสอบฉุกเฉินของบริษัทก็ได้เข้าตรวจสอบและพบว่าเกิดจากท่อออกซิเจนจากสายท่อที่ใช้สำหรับระบายก๊าซออกซิเจนทิ้ง (Draun line) ซึ่งมีแรงดันต่ำขนาด 1-2 บาร์ เกิดรั่วไหลออกมา จึงทำให้เกิดควันขาวปกคลุมรอบๆ บริษัท เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปปิดวาล์วท่อก๊าซที่รั่ว จนทำให้สามารถควบคุมการรั่วได้ และยังได้ใช้เครื่องวัดก๊าซตรวจสอบตามท่อส่งทั้งหมดก็ไม่พบว่ามีการรั่วไหลของก๊าซออกมาอีก

ด้าน ดร.วิไลรัตน์ เจริญใหม่รุ่งเรือง ผจก.อาวุโส ส่วนความปลอดภัยบริษัท BIG ได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่า เกิดจากท่อออกซิเจนจากสายท่อที่ใช้ระบายก๊าซทิ้ง มีการรั่วใหลออกมา เพราะการล้า (Fatigne) ของท่อก๊าซออกซิเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทใช้เวาลาร่วม 1 ชั่วโมง สามารถปิดวาล์วและควบคุมการรั่วไหลทั้งหมดจนเข้าสู่ภาวะปกติ และทางบริษัทจะเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อซ่อมแซมท่อที่เกิดการรั่วให้สมบูรณ์ต่อไป

สำหรับ บริษัทยางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ BIG เป็นบริษัทที่ดำเนินส่งก๊าซไนโตรเจน และออกซิเจน ให้กับบริษัทในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยการต่อท่อตรงถึงแต่ละโรงงานที่ซื้อก๊าซจากบริษัท ซึ่งได้เปิดดำเนินการมาประมาณ 30 ปี แล้ว

“มูลนิธิปลอมเรี่ยไร” เจอคนจริงถึงกับเงิบ !!

Written on March 10, 2017 at 9:02 am, by

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNi8yMTgxMjU5LzUuanBn

เผยคลิปสาวอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิออกเรี่ยไรเงินบริจาคใส่กล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์ แต่ดันเจอคนรู้กฎหมาย บอกเลยงานนี้มีเงิบ

เพจดัง “เจ้าพ่อคลิปเด็ด” โพสต์คลิป วีดีโอความยาวประมาณ 2 นาที พร้อมระบุข้อความ “ต้องเอาให้หนัก “มูลนิธิปลอมเรี่ยไร” เจอคนสุรินทร์เข้าไป เถียงไม่ออกเลยงานนี้”

เป็นเหตุการณ์ที่ชายเสื้อสีชมพู ถามข้อกฎหมายการออกมาเรี่ยไรเงินบริจาคกับสาวที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ช่วงแรกเธอสามารถตอบคำถามได้ แต่เมื่อโดนถามหนักเข้าในข้อกฎหมาย ทำเอาสาวเจ้าหน้าที่มูลนิธิถึงกับมีอาการตอบติดๆ ขัดๆ เพราะตอบไม่ได้

เช่น ถามว่ารู้หรือไม่ว่าการออกมาเรี่ยไรเงินบริจาคแบบนี้ต้องขออนุญาตหน่วยงานไหน ซึ่งสาวที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ตอบว่ารู้ ต้องขออนุญาตกระทรวงมหาดไทย และได้รับอนุญาตแล้ว

ทั้งนี้ ชายคนเดิมจึงถามต่อว่า เมื่อกระทรวงมหาดไทยอนุญาต ก็หมายความมาสามารถขอรับบริจาคในพื้นที่ที่ยื่นขอ แต่นี่ที่จังหวัดสุรินทร์ จะเอาหนังสือที่ได้รับอนุญาตที่อ้างว่าได้รับมานั้นมาขอรับบริจาคข้ามถิ่นไม่ได้ ต้องไปยื่นขอใหม่ที่ท้องถิ่นนั้นๆ

และหนังสืออนุญาตที่ได้มามันมีระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หรือ การเดินออกมารับบริจาคในลักษณะนี้ผิดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ที่ต้องตั้งโต๊ะรับบริจาคที่มูลนิธิของตัวเองเท่านั้น

ยิ่งลักษณ์เลี้ยงอาหารกลางวันผู้หญิง-เด็กวันสตรีสากล

Written on March 7, 2017 at 9:45 am, by

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNS8yMTc5NzQ2Lzc2ODE5NS0wMS5qcGc=

‘ยิ่งลักษณ์’ นำอดีต ส.ส.หญิงเพื่อไทย เลี้ยงอาหารกลางวันผู้หญิง – เด็ก พร้อมมอบเงิน สิ่งของบริจาคจากโรงงานขายกล่องกระดาษและกล่องไปรษณีย์ให้แก่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยอดีต ส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย เดินทางมาเลี้ยงอาหารกลางวันผู้หญิง และเด็ก พร้อมมอบเงิน และสิ่งของบริจาคให้กับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เนื่องจากวันพรุ่งนี้คือ 8 มีนาคม เป็นวันสตรีสากล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ตักพิซซ่าพร้อมไก่ทอดแจกเด็กเล็ก และทักทายเด็ก ๆ อย่างเป็นกันเอง พร้อมพูดคุยและให้กำลังใจกับผู้หญิงที่สมาคมฯ ได้ให้ความช่วยเหลือ ก่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยมศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อน ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลเด็กทารกที่แม่ประสบปัญหาท้องไม่พร้อม เพื่อเตรียมหาพ่อแม่อุปถัมถ์ รวมถึงรับฝากเลี้ยงชั่วคราวเพื่อให้แม่ไปหางานทำหรือศึกษาต่อ

อย่างไรก็ตาม สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เป็นองค์กรสาธารณกุศล ที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ประสบปัญหาวิกฤติชีวิต ผ่านกระบวนการช่วยเหลือฟื้นฟูด้วยการสร้างความเข้มแข็ง ให้การศึกษา และฝึกอาชีพ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และสถานภาพ ให้ยืนหยัดได้ในสังคมอย่างเหมาะสม ทั้งยังเป็นบ้านพักฉุกเฉินในการดูแลผู้หญิงที่ประสบปัญหาต่าง ๆ เช่น ถูกกระทำความรุนแรง ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ท้องเมื่อไม่พร้อม ถูกทอดทิ้ง ไม่มีงานทำ ไม่มีที่พัก ฯลฯ และเป็นองค์กรที่รณรงค์เสริมสร้างสถานภาพผู้หญิงอันจะนำไปสู่ความเสมอภาคระหว่างหญิงและชายในสังคมอีกด้วย

สั่งเลย