Skip to Content

หลับในอีกแล้ว! หวิดโศกนาฏกรรมหมู่ 6ล้อบรรทุกตู้ห้องเย็นพุ่งชนกระบะขนคนงาน รถพังยับ

Written on December 29, 2017 at 9:45 am, by

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. ร.ต.อ.นิมิต หนูแก้ว รองสว.(สอบสวน) สภ.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร รับแจ้งเหตุรถชนกันบนถนนพระรามที่ 2 ขาเข้ากรุงเทพฯ ก่อนถึงบริษัทจำหน่ายกล่องกระดาษเเละกล่องกระดาษลูกฟูกราคาถูกหลัก กม.ที่ 42+800 ก่อนถึงสภ.บางโทรัด จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรสาคร โรงพยาบาลมหาชัย และโรงพยาบาลวิภาราม

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ อีซูซุ สีเขียว ทะเบียน นข-341 สมุทรสงคราม สภาพถูกชนด้านท้ายจนกระบะพังย่นเข้ามาเกือบถึงหัวรถ และมีผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิง 4 คน เจ้าหน้าที่จึงรีบให้การช่วยเหลือ นำส่งโรงพยาบาลวิภาราม ทราบชื่อคือนางจินตนา พวงพงษ์, น.ส.อริศรา บุญล้ำ, นางสุพัตรา เกิดศิริ และน.ส.ชำเลือง พวงพงษ์ ห่างกันพบรถ 6 ล้อบรรทุกตู้ห้องเย็น สีขาว ทะเบียน 75-1696 กรุงเทพฯ ซึ่งมีนายกิตติศักดิ์ พลเยี่ยม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/1 ม.3 ต.หนองพอก อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบถามนายศักดา บ้านเกาะสมุทร อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 484 ม.4 ต.คลองใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม คนขับรถกระบะรับส่งคนงาน ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ตนขับรถไปรับคนงานมาจากจ.สมุทรสงคราม เพื่อจะนำมาส่งที่โรงงานทวีวงษ์ ในพื้นที่จ.สมุทรสาคร ถึงที่เกิดเหตุตนได้แวะรถจอดรับคนงาน 1 คน และขณะที่กำลังจะขับรถออกจากจุดที่เกิดเหตุนั้น ก็มีรถบรรทุกตู้ห้องเย็นพุ่งมาชนท้ายอย่างแรง เป็นเหตุให้คนงานหญิงที่นั่งมาด้านหลังได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 คน ส่วนตนและคนนั่งหน้าอีก 1 คนปลอดภัยดี

ด้าน นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ตนขับรถมาส่งของที่คลังสินค้าแห่งหนึ่ง ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่เกิดเหตุ เมื่อส่งของเสร็จแล้วก็ได้ไปอยู่เทิร์นรถห่างจากที่เกิดเหตุเล็กน้อย เพื่อจะมุ่งหน้ากลับบริษัทในกรุงเทพฯ ซึ่งขณะขับรถนั้น ตนก็รู้สึกว่าได้ขับรถตามปกติ แต่มารู้สึกตัวอีกทีก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว ซึ่งก็ยอมรับว่าน่าจะเกิดจากที่ตนพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงเกิดอาการหลับในก็เป็นได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนขับรถทั้ง 2 คัน และผู้ที่เห็นเหตุการณ์ไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้ที่ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บต่อไป

ฆ่าโหด 2 แม่ลูก! กระหน่ำแทงพรุน ตร.อายัดตัวฝรั่งฮอลแลนด์เค้นสอบเข้ม

Written on December 19, 2017 at 12:38 pm, by

วันที่ 19 ธ.ค. พ.ต.ท.เชษฏฐสุชา ไกรแก้วโชติรัตน์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.สวาย จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าเสียชีวิตที่ ที่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 13 บ้านโคกเมือง ต.สวาย อ.เมือง จ.สุรินทร์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยตำบลสวาย เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน

ที่เกิดเหตุพบว่าประตูบ้านด้านข้างและด้านหลังถูกเปิดไว้ บริเวณพื้นบ้านพบรอยเลือดหยดเป็นทาง และมีกองเลือดหลายจุดด้วยกัน โดยบริเวณนอกบ้านตรงท้ายรถไถ่นาพบศพนางน้อย สะดมสุข อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกมีดแทงตามร่างกายหลายสิบแผล และในห้องครัวพบศพ นายพัชรินทร์ สะดมสุข อายุ 30 ปี ถูกมีดแทงนับสิบแผลนอนจมกองเลือด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ตวรจสอบบริเวณรอบบ้านพบมีดสั้นตกอยู่ 1 เล่ม และยังพบกระเป๋าสีดำอีก 1 ใบ ข้างในมีโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง มีดสั้นอีก 2 เล่ม และสิ่งของอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบรอยเลือดหยดเป็นทางไปตามถนนจนถึงหน้าวัดศิลารามอยู่เเถวโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทเเละเครื่องพิมพ์กล่องจากต่างประเทศ บ้านโคกเมือง

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่บ้านของผู้เสียชีวิต เพื่อจะมาสอบถามพูดคุยตามประสาญาติๆ กัน พอเดินเข้ามาในเขตบริเวณบ้านก็ต้องตกใจ เพราะศพนางน้อย นอนจมกองเลือดอยู่ ส่วนภายในบ้านก็พบศพลูกชาย นางน้อย ซึ่งพิการขาซ้ายหัก เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ นอนจมกองเลือดอยู่เช่นกัน

ขณะที่นายพิชัยภัทร์ ยิ้มเป็นยวง อายุ 44 ปี อาสากูภัยบ้านโคกเมือง เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (18 ธ.ค.) ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีฝรั่งถูกรถจยย.ล้มทับและมีบาดแผลฉกรรจ์ที่มือ ที่ข้างถนนท้ายหมู่บ้าน จึงได้เข้าไปดูและแจ้งตำรวจที่อยู่ในหมู่บ้านให้ทราบ พร้อมแจ้งไปยังตำรวจที่ สภ.สวาย เนื่องจากตนก็เป็นอาสาตำรวจท่องเที่ยวด้วย และได้โทรแจ้งผู้บังคับบัญชาที่จังหวัดนครราชสีมา ว่ามีชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุและบาดเจ็บ ก่อนนำส่งรักษาตัวที่ ร.พ.สุรินทร์ เพราะมีบาดแผลฉกรรจ์ที่มือด้านซ้าย พอสอบถามก็พบว่าไม่มีพาสปอร์ต ไม่มีเงิน และยอมไม่ไปโรงพยาบาล ในตอนแรกไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน เพิ่งมารู้เมื่อเช้านี้หลังขับรถกลับจากส่งลูกไปโรงเรียน ก็มีตำรวจที่รู้จักกันโทรมาหาว่ารู้จักคนชื่อนางน้อย สะดมสุข หรือเปล่า เพราะโดนฆ่าเสียชีวิตในบ้านพัก ก็ตอบไปว่ารู้จัก เลยพาตำรวจมาดูบ้านพักที่เกิดเหตุก็พบผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ทั้งคู่

จากนั้นจึงได้เอารูปชาวต่างชาติคนดังกล่าวไปให้ชาวบ้านโคกเมืองดู มีคนเห็นว่าน่าจะเป็นชาวต่างชาติคนดังกล่าวได้มาวนเวียนแถวหมู่บ้านก่อนหน้านี้แล้วหลายวัน โดยจะสะพายกระเป๋าสีดำและที่คอห้อยสร้อยเหมือนกับงาช้าง โดยทราบชื่อว่า นายรีนี เป็นชาวฮอลแลนด์ อายุ 53 ปี ซึ่งเช่ารถจยย.ขี่มาวนเวียนในหมู่บ้านนี้ เพื่อหาบ้านแฟนสาว ก่อนจะเข้าไปพักอาศัยในวัดศิลาราม

ส่วนตอนที่ตนพบเมื่อค่ำวานนี้ ขณะถูกรถจยย.ล้มทับ นายรีนี อ้างว่าจะเดินทางไป กทม. ทั้งที่มีบาดแผลที่ข้อมือซ้าย และรองเท้าซึ่งผิดสังเกตจึงได้ถ่ายรูปไว้ และนำรถจยย.มาเก็บไว้ที่บ้านให้ จากนั้นได้นำตัวนายรีนี ไปส่งโรงพยาบาล ก่อนจะมาทราบข่าวนางน้อยในช่วงเช้า จึงเชื่อว่า นายรีนี น่าจะเป็นคนลงก่อเหตุ ก็ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะอายัดตัวนายรีนีไว้

ขณะที่ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า พี่สาวของตนชื่อ น.ส.จิรชญา สะดมสุข อายุ 33 ปี เป็นแฟนกับนายรีนี รู้จักคบหากันมาไม่นาน และพี่สาวเคยบอกว่า นายรีนี จะมาที่บ้าน จึงบอกแม่ให้ระวังตัวด้วย เพราะคาดว่าจะมาก่อเหตุอะไรสักอย่าง ซึ่งนายรีนี เข้าใจว่าพี่สาวตนจะตีตัวออกห่าง และทวงถามหาสร้อยคอทองคำที่นายรีนี เคยชื้อให้พี่สาว จึงเชื่อว่านายรีนี น่าจะเกิดความแค้นพี่สาวตน จนเกิดการทะเลาะกันกับแม่และพี่ชาย จนถึงขั้นลงมือใช้มีดแทงจนเสียชีวิตดังกล่าว

 

ช็อกคาตา! งูหลามยักษ์เลื้อยรัดคอหนุ่มใหญ่เสียชีวิต ต่อหน้าพี่สาวที่พยายามช่วย

Written on November 28, 2017 at 9:13 am, by

ช็อกคาตา! งูหลามยักษ์เลื้อยรัดคอหนุ่มใหญ่เสียชีวิต ต่อหน้าพี่สาวที่พยายามช่วย

Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

งูหลามขนาดใหญ่ความยาว 3 เมตร ฉกกัดและเลื้อยรัดพันคอหนุ่มใหญ่วัย 55 ปี พนักงานโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องรายใหญ่จากต่างประเทศ ชาวจ.สุโขทัย เสียชีวิต ต่อหน้าต่อตาพี่สาววัย 63 ปี หลังพยายามจับออกจากโอ่งที่ขังงูไว้ใต้ถุนบ้าน

วันที่ 27 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณใต้ถุนบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 6 บ้านป่ายาง ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ขณะที่นางแสวง อายุ 63 ปี กำลังอยู่บนบ้านก็ได้ยินเสียงเรียกจากน้องชายคือ นายสวรรค์  อายุ 55 ปี บอกให้ส่งมีดลงมาให้หน่อย

แต่พอก้มลงดูที่ใต้ถุนบ้าน ก็แทบช็อกเมื่อเห็นน้องชายกำลังปล้ำสู้อยู่กับงูที่กำลังเลื้อยพันร่าง จึงรีบวิ่งลงไปช่วย และพยายามดึงงูให้หลุดจากตัว แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะสู้แรงงูไม่ไหว เลยร้องตะโกนให้คนมาช่วยแทน

เมื่อญาติและเพื่อนบ้านมาถึง ก็พบนายสวรรค์นอนแน่นิ่งและเสียชีวิตไปแล้ว ที่แขนมีรอยถูกกัด ส่วนงูหลามตัวใหญ่ก็ยังเลื้อยรัดพันแขนอยู่ และตั้งท่าจะฉกส่งเสียงขู่ตลอดเวลา ชาวบ้านจึงช่วยกันจับใส่กระสอบปุ๋ย ก่อนพบว่าที่คองูก็มีรอยถูกมีดเฉือนเช่นกัน สอบถามญาติทราบว่า งูหลามตัวนี้นายสวรรค์ได้จับมาขังไว้ในโอ่งใต้ถุนบ้านนาน 3 วันแล้ว

เบื้องต้น คาดว่าก่อนเกิดเหตุนายสวรรค์คงจะจับงูขึ้นมาจากโอ่ง แต่พลาดท่าถูกงูรัด แล้วเกิดการปล้ำสู้ ก่อนจะใช้มีดที่ถือในมือเฉือนคองูหวังให้ปล่อย แต่งูกลับยิ่งบีบรัดร่างและเลื้อยขึ้นไปพันที่คอ จนทำให้เสียชีวิตต่อหน้าพี่สาวที่พยายามจะช่วยเหลือ

ชนแล้วซิ่งหนี! ช่างทาสีเดินข้ามถนนกลับบ้านโดนเสยดับคาที่ เมียเห็นศพร้องระงม

Written on November 23, 2017 at 2:54 am, by

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ร.ต.อ.ธนัต ศรีประมาณ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนเดินเท้าเสียชีวิตบริเวณสี่แยกไฟแดงก่อนถึงร้านจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกหรือกล่องพัสดุ กิโลเมตรที่ 6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ

ที่เกิดเหตุพบศพ นายบัวผัน ชัยมัง อายุ 61 ปี อาชีพช่างรับเหมาทาสี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 7 ต. กลันทา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ สภาพนอนคว่ำหน้า คอหัก บริเวณด้านหลังก้นเป็นแผลฉีกขาดไปจนกระดูก ใกล้กันมีรถยนต์มิตซูบิชิปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน ฎช 5661 กทม. จอดอยู่สภาพกันชนมีรอยเชี่ยวชนเสียหายเล็กน้อย

สอบสวนนายนิมิต สาดะระ อายุ 52 ปี คนขับ ให้การว่า ขับรถมุ่งหน้าเข้าพัทยามาถึงที่เกิดเหตุมีรถยนต์คันหน้าเฉี่ยวชนคนเดินข้ามถนนแล้วหนีไป และร่างผู้ตายกระเด็นมาถูกด้านหน้ารถของตนจึงหยุดรถลงไปช่วยเหลือแต่ปรากฎว่าเสียชีวิตแล้ว ต่อมานางพิกุล เกื้อกุลธรรม อายุ 56 ปีภรรยาผู้ตายเดินทางมาดูศพสามีก่อนทรุดนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมเผยว่า ก่อนเกิดเหตุสามีบอกว่าจะออกมาซื้อของที่ร้านค้าฝั่งตรงข้ามแล้วจะกับเข้าบ้าน แต่ก็มาถูกรถชนเสียชีวิตเสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตร ก่อนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบสวนหาพยานเพื่อติดตามรถคันที่ชนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สิบล้อพุงชนรถติดไฟแดง 4 คันพังยับ มีผู้เสียชีวิต 1 รายบาดเจ็บ 1 ราย

Written on November 14, 2017 at 3:10 am, by

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่13 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ปยะพงษวงศเกตุใจ สารวัตรเวร สภ.บานโปง
จ.ราชบุรีพรอมดวยหนวยกูชีพโรงพยาบาลบานโปง และมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรีตรวจสอบที่เกิด
เหตุหลังไดรับแจงเหตุรถชนกันจํานวนหลายคัน และมีผูไดรับบาดเจ็บติดอยูภายในรถ บริเวณแยกไฟ
แดงโพธิ์คูก่อนถึงร้านจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกเเละกล่องพัสดุ คุณภาพดี ราคาถูก ต.ปากแรต อ.บานโปง ฝงขาเขา จ.กาญจนบุรี

ที่ี่เกิดเหตุพบ ผูไดรับบาดเจ็บทราบชื่อตอมา นายนิมิต เสงี่ยมจิตรอายุ59 ปคนขับรถรถยนตกระบะ ยี่หอโตโยตา รุนรีโวแคป สีบรอนซทอง ถูกนําตัวสงรักษายังโรงพยาบาลบานโปง และพบผูเสียชีวิตนั่ง อยูฝงผูโดยสารทราบชื่อ นางสุนียเสงี่ยมจิตรอายุ59 ปสภาพคอหัก มีเลือดไหลออกจมูกและหัวแตก โดยรถกระบะอยูในสภาพตะแคงขาง พิงติดอยูกับทายรถบรรทุกสิบลอ ยี่หออีซูซุสีขาว สวนบริเวณ ดานหนารถกระบะยังพบ รถยนตยี่หอนิสสัน รุนเอ็นวีสีเขียว ในสภาพถูกชนทาย และพบรถยนตกระบะ ยี่หอฟอรด รุนเรนเจอรสีขาว ในสภาพลอหนาดานซายแตก ประตูฝงผูโดยสารบุบ

นอกจากนั้นหางออกไปจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พบรถบรรทุกสิบลอ ยี่หออีซูซุสีฟา สภาพ
ดานหนายุบและกระจกแตกจากการชนจอดอยูโดยมีนายณัฐพล ชัยโยกุล อายุ20 ปแสดงตัวเปนคน
ขับ ยืนคอยใหการกับเจาหนาที่ตํารวจ

สอบสวนทราบวา กอนเกิดเหตุรถยนตทั้งหมดไดจอดรอสัญญาณไฟแดงอยูแตจูๆ นายณัฐพล ก็ไดขับ
รถบรรทุกสิบลอเขาโคงกอนถึงแยกไฟแดงดวยความเร็วสูง ซึ่งไมทันสังเกตเห็นวามีรถกระบะของนาย
นิมิตจอดอยูจึงพุงชนเขาเต็มแรง จนรถกระบะกระเด็นเขาชนขางประตูรถกระบะฟอรด ชนทายรถยนตนิ
สสัน และไปหยุดเอียงขางติดอยูกับทายรถบรรทุกสิบลอ สงผลทําใหนายนิมิตไดรับบาดเจ็บ และนางสุ
นียเสียชีวิตทันท

ศาลออกหมายจับ!‘หมอปลอม’ผ่าทำนม‘น้องกี้’ช็อกคาเตียง ผู้การฯสั่งทุกด่านเฝ้าจับ

Written on November 7, 2017 at 9:57 am, by

จากกรณีการเสียชีวิตของน้องกี้ สาวประเภทสอง วัย 22 ปี ซึ่งกำลังศึกษาปริญญาโท ลูกเจ้าของบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกและกล่องพัสดุ หลังเข้ารับการศัลยกรรมผ่าตัดเสริมทรวงอก ที่คลินิกศัลยกรรมชื่อ ดีไวน์คลินิกเวชกรรม อ.เมือง จ.ลำปาง แล้วเกิดช็อกหยุดหายใจ คลินิกจึงนำตัวส่งร.พ.ลำปาง แต่ปรากฏว่าเสียชีวิตในที่สุดเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาสาธารณสุขจังหวัดลำปาง เข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าวพบว่าไม่ได้รับอนุญาตตั้งสถานประกอบการอย่างถูกต้อง อีกทั้งแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเสริมทรวงอกยังเป็นแพทย์เก๊

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 6 พ.ย. พ.ต.อ.จิตตพล วงษ์วัน ผกก.สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดลำปางได้อนุมัติหมายจับ นายธนัชพงษ์ จิตรธีรภิรมย์ อายุ 29 ปี ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา” หลังจากที นายธนัชพงษ์ จิตรธีรภิรมย์ หรือ เบญ ชื่อเดิมคือ นายอนุพงศ์ เรือนสุข แอบอ้างเป็น นพ.จิรเดช เกตุรัตนกุล หรือ หมอดิว ทำการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมทรวงอกให้กับสาวประเภทสองชาว จ.ลำพูน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ผ่าตัดภายในดีไวน์คลินิกเวชกรรมซึ่งพบว่าเป็นคลินิกเถื่อน

พ.ต.อ.จิตตพล กล่าวต่อว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดของพนักงานสอบสวน และจากการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งพนักงานในคลินิก ผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความ รวมถึงทางญาติผู้เสียชีวิต จนทราบแน่ชัดแล้วว่าคนที่ลงมือผ่าตัดเสริมทรวงอกให้กับสาวประเภทสองนั้นคือ นายธนัชพงษ์ ไม่ใช่หมอดิว หรือนพ.จิรเดช เกตุรัตนกุล แต่อย่างใด ทาง สภ.เขลางค์นคร จึงยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดลำปางเพื่อขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับนายธนัชพงษ์ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา ทั้งนี้ ได้มีการส่งหมายจับไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการจับกุมและป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผบก.ภ.จว.ลำปาง ยังสั่งการให้ด่านตรวจจุดสกัดต่างๆทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง กวดขันจับกุมโดยได้แจกจ่ายหมายจับและภาพถ่ายใบหน้าไปยังเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจเพื่อติดตามจับกุมตัว นายธนัชพงษ์ จิตรธีรภิรมย์ ซึ่งเกรงว่าจะหลบหนีออกนอกพื้นที่โดยเชื่อว่ายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ ทั้งนี้ ที่ด่านตรวจ สภ.สบปราบ ถ.พหลโยธินสายลำปาง-ตาก (ขาล่อง) อ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้เรียกตรวจรถที่ขับผ่านบริเวณที่ด่านรวมถึงขึ้นตรวจบนรถทัวร์โดยสารเพื่อติดตามหาผู้ต้องหาตามหมายจับ

สอบเครียดสาววัย 20 ป เจ้าของคลินิกมรณะผ่าอึ๋มน้องกี้ดับ เผยเจ้าตัวร่ำไห ตลอด ด้านพ่อมึนลูกสาวเปิดคลินิกได้ยังไง

Written on November 2, 2017 at 9:29 am, by

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่สภ.เขลางค์นคร ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง กลุ่มผู้เสียหายที่เข้าใช้บริการศัลยกรรมกับคลินิกเถื่อน (คลินิกเสริมความงาม“ดีไวน์”) ตั้งอยู่ ถ.ลำปาง–แม่ทะ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ที่ผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกทำให้นายจิรัชญา คำพูน หรือกี้ อายุ 22 ปี สาวประเภทสอง เป็นลูกของเจ้าของธุรกิจผลิตเเละจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกเเละกล่องพัสดุรายใหญ่ เสียชีวิตเบื้องต้นมีผู้เสียหายประมาณ 5-6 คน เดินทางมาเพื่อเจรจา เรื่องเงินที่ผู้เสียหายได้จ่ายไปแล้ว และต้องการจะขอเงินคืนเนื่องจากหวาดกลัว อีกทั้งที่ผ่านมาหลายคน มีอาการผิดปกติจากการทำศัลยกรรม ล่าสุดมีเหยื่อมาเพิ่มอีกรายเป็นหญิงวัยกลางคน เสริมจมูก เสริมคาง ลบรอยเหี่ยวย่น จ่ายเงินไปแล้ว 8 หมื่นบาท กลับพบว่าผ่านมา 3 เดือน การรักษายังไม่ดีขึ้นจมูกเบี้ยวและตัวยาที่ฉีดบริเวณคางและหน้าผากเป็นตุ่มก้อน จึงอยากได้คืนเงินคืนเพื่อที่จะไปรักษาที่อื่น

นอกจากนั้น น.ส.จันทร์จิรา ธิวงศ์เงิน หรือมะปราง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 9 ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง ที่มีชื่อจดแจ้ง เจ้าของคลินิกฯ ดังกล่าว เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครอง (พ่อและลุง) เข้าพบพนักงานสอบสวนและเหยื่อทั้งหมด โดยน.ส.จันทร์จิรา สวมหมวก และใส่หน้ากากอนามัย ร้องไห้ตลอดเวลา เพราะทุกคนสามารถจดจำได้แต่มะปรางเพียงคนเดียว ส่วนนายแพทย์ที่ให้การผ่าตัดศัลยกรรม ขณะนี้ยังไม่พบตัวหรือเข้ามาให้ปากคำที่พนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่ายังไม่สามารถสรุป หรือตกลงใดๆได้เพราะเจ้าของตัวจริงยังไม่ปรากฏตัว

ทั้งนี้ น.ส.จันทร์จิรา ถูกสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของคลินิก หลังมีผู้เข้ามารับการเสริมความงามแล้วเสียชีวิต โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาที่ 1 คือ ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ข้อกล่าวหาที่ 2 ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 24 แก้ไขประกอบกับปี 2559 ซึ่งมีโทษเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้ น.ส.จันทร์จิรา มีความเครียดตลอดเวลา

ด้าน พ่อมะปราง เปิดใจว่า ตั้งแต่ลูกจบ ปวส.มาไม่ถึงปี ไม่เคยถามว่าลูกทำงานอะไร เพราะลูกบอกว่าได้งานทำแล้วรายได้ดี และไม่คิดว่าจะเปิดคลินิกได้ เพราะฐานะไม่ได้ร่ำรวย อีกทั้งลูกสาวจะบอกตลอดว่าเป็นลูกจ้างเขา ไม่ได้บอกว่าเป็นเจ้าของคลินิก แต่หลังจากตกเป็นข่าว มีชื่อเป็นเจ้าจองคลินิก และถูกแจ้งความดำเนินคดี ครอบครัวต่างตกใจและสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากลูกสาว เพราะยังอยู่ในอาการเครียดและตกใจอยู่ ทางครอบครัวจึงต้องติดตามอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ตอนนี้เป็นห่วงลูกสาวมากที่จะต้องมาถูกดำเนินคดี ยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร หัวอกคนเป็นพ่อและแม่ เป็นห่วงลูกมากที่สุด พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ปกครองหมั่นดูแลบุตรหลานและสอบถามเกี่ยวกับการทำงานด้วยว่า ทำงานอะไรแบบไหน ซึ่งจะได้ไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างครอบครัวตนในขณะนี้

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า วันนี้ให้ น.ส.จันทร์จิรา ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของคลินิกเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมพร้อมยืนยันตัวแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเสริมทรวงอกให้กับสาวประเภทสองแล้วเสียชีวิต เพื่อจะได้ออกหมายเรียกให้แพทย์คนดังกล่าวซึ่งทราบชื่อคือ นายแพทย์จิระเดช เกตุรัตนกุล มารายงานตัว และรับทราบข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน

หลานวัย17 ขี้เมาขอเงินพ่อแม่ไม่ให้ อาละวาดหนักขู่ฟันคนในบ้าน เฒ่าสุดทน!คว้าอีโต้ฟันยับดับอนาถ

Written on October 20, 2017 at 4:17 am, by

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสว.สอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา รับแจ้งเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 ม.2 บ้านโคกยาง ต.ก้านเหลือง อ.นางรอง จึงได้รายงานพ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง ผกก.สภ.นางรอง รับทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.เทพ บวชกระโทก รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.นางรอง พ.ต.ต.สรรเสริญ เตชบุญ สวปฯ สภ.นางรอง รวมถึงเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ประจำจุดอำเภอนางรอง

ที่เกิดเหตุพบศพนายแฉะ อายุ 17 ปี นอนเสียชีวิตในลักษณะนอนหงายจมกองเลือดอยู่บริเวณลานหน้าบ้าน สภาพสวมเสื้อคอกลมสีเทา กางเกงยีนส์ขายาว มีบาดแผลขนาดใหญ่และลึก ที่บริเวณใบหน้า ลำคอ กกหู และศรีษะ รวม 6 แผล

จากการสอบสวนนายพรชัย สัทธรรม อายุ 40 ปี พนักงานโรงงานผลิตกล่องกระดาษและกล่องกระดาษลูกฟูก พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายตนมีนิสัยชอบดื่มเหล้า และจะเข้ามาขอเงินครั้งละหลายร้อยบาทเพื่อนำเงินไปซื้อเหล้าดื่ม ในวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ได้เข้ามาขอเงิน 300 บาท ซึ่งตนก็ให้ลูกไป สักพักก็กลับมาขอเงินเพิ่มอีก 1,000 บาท แต่ตนไม่ให้ เพราะเห็นว่าลูกชายเมามากแล้ว จึงเอารถจักยานยนต์เข้าไปเก็บในบ้านพร้อมกับล็อคประตู เพื่อไม่ให้ลูกชายออกไปอีก จากนั้น ลูกชายเข้าไปขอเงินแม่ ซึ่งกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในครัวภายในบ้าน ตนเห็นท่าทางไม่ดีจึงเข้าไปห้าม แต่ลูกชายกลับคว้ามีดปังตอขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ขู่ว่า “อย่ามายุ่งกับกูนะ”

นายพรชัย กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันนายบุญเลิศ นอกสันเทียะ ผู้เป็นตา วัย 75 ปี ได้เข้ามาห้ามแต่หลานชายกลับยกมีดขึ้นมาขู่อีกว่า “กูจะฆ่าทั้งสองคนเลย” จากนั้นหลานยังใช้มีดฟันเข้าไปที่หัวไหล่ซ้ายของพ่อตัวเองจนเป็นแผลแต่ไม่ลึกมาก ตาจึงพยายามเข้าห้ามปรามหลานไว้ แต่นายแฉะกลับใช้มือตบใบหน้าของตาไปหลายครั้ง จนเกิดการตบตีกันชลมุนวุ่นวายตั้งแต่ในบ้านออกมาถึงนอกบ้าน กระทั่งตาสุดจะทนแล้ว จึงคว้ามีดปังตอจากนายแฉะฟันเข้าบริเวณศรีษะ ใบหน้า ลำคอหลานหลายครั้ง จนเสียชีวิตดังกล่าว หลังก่อเหตุก็ไม่ได้หนีไปไหน นั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมกับมีดปังตอ 1 เล่ม ยาว 80 เซนติเมตร ซึ่งเป็นมีดที่ใช้ฟันนายแฉะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวไว้พร้อมเก็บมีดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง กล่าวว่า ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ดีมาก พ่อกับแม่ตามใจผู้เสียชีวิตทุกอย่าง ไม่เคยดุหรือตบตี โดยเฉพาะผู้เป็นตาจะรักหลานคนนี้มาก แต่เวลาหลานเมาจะชอบทำร้ายร่างกายตา ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลานทำร้ายร่างกายตา ทุกครั้งที่ทำร้ายร่างกายตา จะไปหาหมอด้วยตนเอง และบอกกับหมอว่าประสบอุบัติเหตุอย่างอื่น โดยไม่บอกความจริง เพราะไม่อยากเห็นหลานที่ตัวเองรักต้องติดคุก หรือมีเรื่องมีราว

โดยก่อนเกิดเหตุนั้นชาวบ้านได้ยินเสียงทะเลาะกัน และมีเสียงทำลายข้าวของในบ้าน โดยนึกไม่ถึงว่าเรื่องจะบานปลายถึงขนาดนี้ คงเป็นเพราะความที่สุดจะทนของผู้เป็นตา ประกอบกับเป็นการป้องกันตัวเอง ตาจึงคว้ามีดฟันหลานจนเสียชีวิตดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มโรงงานซิ่งกระบะมรณะชนเสาไฟดับสยองคารถ

Written on October 13, 2017 at 6:48 am, by

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ต.อภิชากร แต่งเกลี้ยง สว.เวร สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า ริมถนนสายวังตาผิน-สะพานสี่ ม.4 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ประสานหน่วยกู้ภัยปลวกแดงและแพทย์เวร รพ.ปลวกแดง เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงอยู่ริมถนน มีรถกระบะ แคป สีขาว อีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผธ-5127 ชลบุรี ด้านหน้าพังยับจนเสาไฟฟ้าหัก จึงประสานการไฟฟ้าตัดไฟทันที จากนั้นเข้าไปช่วยร่างผู้ที่ติดอยู่ในรถบริเวณเบาะคนขับเป็นผู้ชายเสียชีวิตแล้ว สภาพศพที่ศีรษะมีเลือดออกและเป็นแผลฉกรรจ์ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียออกมา ทราบชื่อคือนายธงชัย เกิดเดช อายุ 32 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.ขอนแก่น พนักงานบริษัทผลิตกล่องกระดาษหรือกล่องกระดาษลูกฟูกรายใหญ่แห่งหนึ่ง ก่อนนำศพส่งพิสูจน์ที่ รพ.ปลวกแดง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบเป็นการเกิดอุบัติเหตุด้วยตนเอง และ ตรวจสอบทรัพย์สินของทางราชการที่เสียหาย ซึ่งเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูงหัก พร้อมเตรียมประสานบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เกิดเหตุเพื่อทราบ และติดต่อญาติผู้เสียชีวิตเพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

 

พิษหึงหวง! ผัวซ้อมเมียสาวโอเกะจนตาย อ้างแค่ผลักล้ม

Written on October 2, 2017 at 10:21 am, by

พิษหึงหวง! ผัวซ้อมเมียสาวโอเกะจนตาย อ้างแค่ผลักล้ม

Workpoint TV
สนับสนุนเนื้อหา
เกิดเหตุสามีทะเลาะภรรยารุนแรง หลังฝ่ายชายรู้ว่าฝ่ายหญิงคุยกับชายอื่น จนโกรธแค้นลงมือทำร้ายร่างกาย จนสลบแน่นิ่งและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ฝ่ายชายบอกแค่ผลักล้มเท่านั้น

เมื่อเวลา 04.00 น. (1 ต.ค.60) พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี ผกก.สภ.สัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ นามดุ้ง หัวหน้างานสอบสวน ร.ต.ท.จิรศักดิ์ ว่องไว รองสารวัตรสอบสวน และชุดสืบสวน ได้เข้าตรวจสอบเหตุฆ่ากันตาย ภายในอาคารพาณิชย์ชื่อ ร้านมาโนช หม้อน้ำ ไม่มีเลขที่ ม.8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุบนโซฟาชั้นล่างพบศพ น.ส.พลอยไพลิน อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ อาชีพพนักงานโรงงานจำหน่ายเครื่องปั๊มไดคัทเเละเครื่องพิมพ์กล่องจากญี่ปุ่น นอนเสียชีวิตในสภาพร่างกายบอบช้ำ เหมือนถูกซ้อมด้วยแม่ไม้มวยไทย มีร่องรอยฟกช้ำทั่วเรือนร่าง เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุยังได้ควบคุมตัว นายมาโนช อายุ 46 ปี สามีผู้ตาย และเป็นเจ้าของร้าน ซึ่งคาดว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าภรรยาในครั้งนี้ เบื้องต้น หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ได้นำศพส่งชันสูตรยัง โรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10 เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด

พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี เปิดเผยว่า ในคดีนี้จากพยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายมาโนช พร้อมกับผู้ตาย ซึ่งเป็นภรรยา มีอาชีพเป็นสาวคาราโอเกะ ได้ไปนั่งดื่มกันที่บ้านเพื่อนแห่งหนึ่ง ก่อนทั้งคู่เกิดมีปากเสียงหึงหวงกันอย่างรุนแรง หลังฝ่ายชายรู้ว่า ฝ่ายหญิงติดต่อคุยกับเพื่อนชาย จนโกรธแค้นลงมือทำร้ายฝ่ายหญิง จนสลบแน่นิ่ง ก่อนให้เพื่อนช่วยกันนำร่างมานอนพักที่โซฟาจนสิ้นใจตายในที่สุด แม้การสอบสวน นายมาโนช จะยังให้การปฏิเสธไม่ได้เป็นทำร้ายภรรยาจนถึงตาย แต่ยอมรับมีปากเสียงทะเลาะกันจริง และตนแค่ผลักจนล้มเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากพยานหลักฐานจึงแน่ใจได้ว่า นายมาโนช เป็นผู้ซ้อมภรรยาจนถึงแก่ความตาย เบื้องต้น ร.ต.ท.จิรศักดิ์ ว่องไว รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแล้ว

สั่งเลย