Skip to Content

สิบล้อพุงชนรถติดไฟแดง 4 คันพังยับ มีผู้เสียชีวิต 1 รายบาดเจ็บ 1 ราย

Written on November 14, 2017 at 3:10 am, by

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่13 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ปยะพงษวงศเกตุใจ สารวัตรเวร สภ.บานโปง
จ.ราชบุรีพรอมดวยหนวยกูชีพโรงพยาบาลบานโปง และมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรีตรวจสอบที่เกิด
เหตุหลังไดรับแจงเหตุรถชนกันจํานวนหลายคัน และมีผูไดรับบาดเจ็บติดอยูภายในรถ บริเวณแยกไฟ
แดงโพธิ์คูก่อนถึงร้านจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกเเละกล่องพัสดุ คุณภาพดี ราคาถูก ต.ปากแรต อ.บานโปง ฝงขาเขา จ.กาญจนบุรี

ที่ี่เกิดเหตุพบ ผูไดรับบาดเจ็บทราบชื่อตอมา นายนิมิต เสงี่ยมจิตรอายุ59 ปคนขับรถรถยนตกระบะ ยี่หอโตโยตา รุนรีโวแคป สีบรอนซทอง ถูกนําตัวสงรักษายังโรงพยาบาลบานโปง และพบผูเสียชีวิตนั่ง อยูฝงผูโดยสารทราบชื่อ นางสุนียเสงี่ยมจิตรอายุ59 ปสภาพคอหัก มีเลือดไหลออกจมูกและหัวแตก โดยรถกระบะอยูในสภาพตะแคงขาง พิงติดอยูกับทายรถบรรทุกสิบลอ ยี่หออีซูซุสีขาว สวนบริเวณ ดานหนารถกระบะยังพบ รถยนตยี่หอนิสสัน รุนเอ็นวีสีเขียว ในสภาพถูกชนทาย และพบรถยนตกระบะ ยี่หอฟอรด รุนเรนเจอรสีขาว ในสภาพลอหนาดานซายแตก ประตูฝงผูโดยสารบุบ

นอกจากนั้นหางออกไปจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พบรถบรรทุกสิบลอ ยี่หออีซูซุสีฟา สภาพ
ดานหนายุบและกระจกแตกจากการชนจอดอยูโดยมีนายณัฐพล ชัยโยกุล อายุ20 ปแสดงตัวเปนคน
ขับ ยืนคอยใหการกับเจาหนาที่ตํารวจ

สอบสวนทราบวา กอนเกิดเหตุรถยนตทั้งหมดไดจอดรอสัญญาณไฟแดงอยูแตจูๆ นายณัฐพล ก็ไดขับ
รถบรรทุกสิบลอเขาโคงกอนถึงแยกไฟแดงดวยความเร็วสูง ซึ่งไมทันสังเกตเห็นวามีรถกระบะของนาย
นิมิตจอดอยูจึงพุงชนเขาเต็มแรง จนรถกระบะกระเด็นเขาชนขางประตูรถกระบะฟอรด ชนทายรถยนตนิ
สสัน และไปหยุดเอียงขางติดอยูกับทายรถบรรทุกสิบลอ สงผลทําใหนายนิมิตไดรับบาดเจ็บ และนางสุ
นียเสียชีวิตทันท

ศาลออกหมายจับ!‘หมอปลอม’ผ่าทำนม‘น้องกี้’ช็อกคาเตียง ผู้การฯสั่งทุกด่านเฝ้าจับ

Written on November 7, 2017 at 9:57 am, by

จากกรณีการเสียชีวิตของน้องกี้ สาวประเภทสอง วัย 22 ปี ซึ่งกำลังศึกษาปริญญาโท ลูกเจ้าของบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกและกล่องพัสดุ หลังเข้ารับการศัลยกรรมผ่าตัดเสริมทรวงอก ที่คลินิกศัลยกรรมชื่อ ดีไวน์คลินิกเวชกรรม อ.เมือง จ.ลำปาง แล้วเกิดช็อกหยุดหายใจ คลินิกจึงนำตัวส่งร.พ.ลำปาง แต่ปรากฏว่าเสียชีวิตในที่สุดเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาสาธารณสุขจังหวัดลำปาง เข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าวพบว่าไม่ได้รับอนุญาตตั้งสถานประกอบการอย่างถูกต้อง อีกทั้งแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเสริมทรวงอกยังเป็นแพทย์เก๊

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 6 พ.ย. พ.ต.อ.จิตตพล วงษ์วัน ผกก.สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดลำปางได้อนุมัติหมายจับ นายธนัชพงษ์ จิตรธีรภิรมย์ อายุ 29 ปี ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา” หลังจากที นายธนัชพงษ์ จิตรธีรภิรมย์ หรือ เบญ ชื่อเดิมคือ นายอนุพงศ์ เรือนสุข แอบอ้างเป็น นพ.จิรเดช เกตุรัตนกุล หรือ หมอดิว ทำการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมทรวงอกให้กับสาวประเภทสองชาว จ.ลำพูน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ผ่าตัดภายในดีไวน์คลินิกเวชกรรมซึ่งพบว่าเป็นคลินิกเถื่อน

พ.ต.อ.จิตตพล กล่าวต่อว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดของพนักงานสอบสวน และจากการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งพนักงานในคลินิก ผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความ รวมถึงทางญาติผู้เสียชีวิต จนทราบแน่ชัดแล้วว่าคนที่ลงมือผ่าตัดเสริมทรวงอกให้กับสาวประเภทสองนั้นคือ นายธนัชพงษ์ ไม่ใช่หมอดิว หรือนพ.จิรเดช เกตุรัตนกุล แต่อย่างใด ทาง สภ.เขลางค์นคร จึงยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดลำปางเพื่อขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับนายธนัชพงษ์ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา ทั้งนี้ ได้มีการส่งหมายจับไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการจับกุมและป้องกันผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผบก.ภ.จว.ลำปาง ยังสั่งการให้ด่านตรวจจุดสกัดต่างๆทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง กวดขันจับกุมโดยได้แจกจ่ายหมายจับและภาพถ่ายใบหน้าไปยังเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจเพื่อติดตามจับกุมตัว นายธนัชพงษ์ จิตรธีรภิรมย์ ซึ่งเกรงว่าจะหลบหนีออกนอกพื้นที่โดยเชื่อว่ายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ ทั้งนี้ ที่ด่านตรวจ สภ.สบปราบ ถ.พหลโยธินสายลำปาง-ตาก (ขาล่อง) อ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้เรียกตรวจรถที่ขับผ่านบริเวณที่ด่านรวมถึงขึ้นตรวจบนรถทัวร์โดยสารเพื่อติดตามหาผู้ต้องหาตามหมายจับ

สอบเครียดสาววัย 20 ป เจ้าของคลินิกมรณะผ่าอึ๋มน้องกี้ดับ เผยเจ้าตัวร่ำไห ตลอด ด้านพ่อมึนลูกสาวเปิดคลินิกได้ยังไง

Written on November 2, 2017 at 9:29 am, by

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่สภ.เขลางค์นคร ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง กลุ่มผู้เสียหายที่เข้าใช้บริการศัลยกรรมกับคลินิกเถื่อน (คลินิกเสริมความงาม“ดีไวน์”) ตั้งอยู่ ถ.ลำปาง–แม่ทะ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ที่ผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกทำให้นายจิรัชญา คำพูน หรือกี้ อายุ 22 ปี สาวประเภทสอง เป็นลูกของเจ้าของธุรกิจผลิตเเละจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกเเละกล่องพัสดุรายใหญ่ เสียชีวิตเบื้องต้นมีผู้เสียหายประมาณ 5-6 คน เดินทางมาเพื่อเจรจา เรื่องเงินที่ผู้เสียหายได้จ่ายไปแล้ว และต้องการจะขอเงินคืนเนื่องจากหวาดกลัว อีกทั้งที่ผ่านมาหลายคน มีอาการผิดปกติจากการทำศัลยกรรม ล่าสุดมีเหยื่อมาเพิ่มอีกรายเป็นหญิงวัยกลางคน เสริมจมูก เสริมคาง ลบรอยเหี่ยวย่น จ่ายเงินไปแล้ว 8 หมื่นบาท กลับพบว่าผ่านมา 3 เดือน การรักษายังไม่ดีขึ้นจมูกเบี้ยวและตัวยาที่ฉีดบริเวณคางและหน้าผากเป็นตุ่มก้อน จึงอยากได้คืนเงินคืนเพื่อที่จะไปรักษาที่อื่น

นอกจากนั้น น.ส.จันทร์จิรา ธิวงศ์เงิน หรือมะปราง อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 9 ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง ที่มีชื่อจดแจ้ง เจ้าของคลินิกฯ ดังกล่าว เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครอง (พ่อและลุง) เข้าพบพนักงานสอบสวนและเหยื่อทั้งหมด โดยน.ส.จันทร์จิรา สวมหมวก และใส่หน้ากากอนามัย ร้องไห้ตลอดเวลา เพราะทุกคนสามารถจดจำได้แต่มะปรางเพียงคนเดียว ส่วนนายแพทย์ที่ให้การผ่าตัดศัลยกรรม ขณะนี้ยังไม่พบตัวหรือเข้ามาให้ปากคำที่พนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่ายังไม่สามารถสรุป หรือตกลงใดๆได้เพราะเจ้าของตัวจริงยังไม่ปรากฏตัว

ทั้งนี้ น.ส.จันทร์จิรา ถูกสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของคลินิก หลังมีผู้เข้ามารับการเสริมความงามแล้วเสียชีวิต โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาที่ 1 คือ ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ข้อกล่าวหาที่ 2 ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 24 แก้ไขประกอบกับปี 2559 ซึ่งมีโทษเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้ น.ส.จันทร์จิรา มีความเครียดตลอดเวลา

ด้าน พ่อมะปราง เปิดใจว่า ตั้งแต่ลูกจบ ปวส.มาไม่ถึงปี ไม่เคยถามว่าลูกทำงานอะไร เพราะลูกบอกว่าได้งานทำแล้วรายได้ดี และไม่คิดว่าจะเปิดคลินิกได้ เพราะฐานะไม่ได้ร่ำรวย อีกทั้งลูกสาวจะบอกตลอดว่าเป็นลูกจ้างเขา ไม่ได้บอกว่าเป็นเจ้าของคลินิก แต่หลังจากตกเป็นข่าว มีชื่อเป็นเจ้าจองคลินิก และถูกแจ้งความดำเนินคดี ครอบครัวต่างตกใจและสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากลูกสาว เพราะยังอยู่ในอาการเครียดและตกใจอยู่ ทางครอบครัวจึงต้องติดตามอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ตอนนี้เป็นห่วงลูกสาวมากที่จะต้องมาถูกดำเนินคดี ยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร หัวอกคนเป็นพ่อและแม่ เป็นห่วงลูกมากที่สุด พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ปกครองหมั่นดูแลบุตรหลานและสอบถามเกี่ยวกับการทำงานด้วยว่า ทำงานอะไรแบบไหน ซึ่งจะได้ไม่ตกที่นั่งลำบากอย่างครอบครัวตนในขณะนี้

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า วันนี้ให้ น.ส.จันทร์จิรา ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของคลินิกเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมพร้อมยืนยันตัวแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเสริมทรวงอกให้กับสาวประเภทสองแล้วเสียชีวิต เพื่อจะได้ออกหมายเรียกให้แพทย์คนดังกล่าวซึ่งทราบชื่อคือ นายแพทย์จิระเดช เกตุรัตนกุล มารายงานตัว และรับทราบข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน

หลานวัย17 ขี้เมาขอเงินพ่อแม่ไม่ให้ อาละวาดหนักขู่ฟันคนในบ้าน เฒ่าสุดทน!คว้าอีโต้ฟันยับดับอนาถ

Written on October 20, 2017 at 4:17 am, by

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ รองสว.สอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา รับแจ้งเหตุฆาตกรรม ที่บ้านเลขที่ 57 ม.2 บ้านโคกยาง ต.ก้านเหลือง อ.นางรอง จึงได้รายงานพ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง ผกก.สภ.นางรอง รับทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.เทพ บวชกระโทก รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.นางรอง พ.ต.ต.สรรเสริญ เตชบุญ สวปฯ สภ.นางรอง รวมถึงเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ประจำจุดอำเภอนางรอง

ที่เกิดเหตุพบศพนายแฉะ อายุ 17 ปี นอนเสียชีวิตในลักษณะนอนหงายจมกองเลือดอยู่บริเวณลานหน้าบ้าน สภาพสวมเสื้อคอกลมสีเทา กางเกงยีนส์ขายาว มีบาดแผลขนาดใหญ่และลึก ที่บริเวณใบหน้า ลำคอ กกหู และศรีษะ รวม 6 แผล

จากการสอบสวนนายพรชัย สัทธรรม อายุ 40 ปี พนักงานโรงงานผลิตกล่องกระดาษและกล่องกระดาษลูกฟูก พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายตนมีนิสัยชอบดื่มเหล้า และจะเข้ามาขอเงินครั้งละหลายร้อยบาทเพื่อนำเงินไปซื้อเหล้าดื่ม ในวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ได้เข้ามาขอเงิน 300 บาท ซึ่งตนก็ให้ลูกไป สักพักก็กลับมาขอเงินเพิ่มอีก 1,000 บาท แต่ตนไม่ให้ เพราะเห็นว่าลูกชายเมามากแล้ว จึงเอารถจักยานยนต์เข้าไปเก็บในบ้านพร้อมกับล็อคประตู เพื่อไม่ให้ลูกชายออกไปอีก จากนั้น ลูกชายเข้าไปขอเงินแม่ ซึ่งกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในครัวภายในบ้าน ตนเห็นท่าทางไม่ดีจึงเข้าไปห้าม แต่ลูกชายกลับคว้ามีดปังตอขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ขู่ว่า “อย่ามายุ่งกับกูนะ”

นายพรชัย กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันนายบุญเลิศ นอกสันเทียะ ผู้เป็นตา วัย 75 ปี ได้เข้ามาห้ามแต่หลานชายกลับยกมีดขึ้นมาขู่อีกว่า “กูจะฆ่าทั้งสองคนเลย” จากนั้นหลานยังใช้มีดฟันเข้าไปที่หัวไหล่ซ้ายของพ่อตัวเองจนเป็นแผลแต่ไม่ลึกมาก ตาจึงพยายามเข้าห้ามปรามหลานไว้ แต่นายแฉะกลับใช้มือตบใบหน้าของตาไปหลายครั้ง จนเกิดการตบตีกันชลมุนวุ่นวายตั้งแต่ในบ้านออกมาถึงนอกบ้าน กระทั่งตาสุดจะทนแล้ว จึงคว้ามีดปังตอจากนายแฉะฟันเข้าบริเวณศรีษะ ใบหน้า ลำคอหลานหลายครั้ง จนเสียชีวิตดังกล่าว หลังก่อเหตุก็ไม่ได้หนีไปไหน นั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมกับมีดปังตอ 1 เล่ม ยาว 80 เซนติเมตร ซึ่งเป็นมีดที่ใช้ฟันนายแฉะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวไว้พร้อมเก็บมีดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง กล่าวว่า ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ดีมาก พ่อกับแม่ตามใจผู้เสียชีวิตทุกอย่าง ไม่เคยดุหรือตบตี โดยเฉพาะผู้เป็นตาจะรักหลานคนนี้มาก แต่เวลาหลานเมาจะชอบทำร้ายร่างกายตา ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลานทำร้ายร่างกายตา ทุกครั้งที่ทำร้ายร่างกายตา จะไปหาหมอด้วยตนเอง และบอกกับหมอว่าประสบอุบัติเหตุอย่างอื่น โดยไม่บอกความจริง เพราะไม่อยากเห็นหลานที่ตัวเองรักต้องติดคุก หรือมีเรื่องมีราว

โดยก่อนเกิดเหตุนั้นชาวบ้านได้ยินเสียงทะเลาะกัน และมีเสียงทำลายข้าวของในบ้าน โดยนึกไม่ถึงว่าเรื่องจะบานปลายถึงขนาดนี้ คงเป็นเพราะความที่สุดจะทนของผู้เป็นตา ประกอบกับเป็นการป้องกันตัวเอง ตาจึงคว้ามีดฟันหลานจนเสียชีวิตดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มโรงงานซิ่งกระบะมรณะชนเสาไฟดับสยองคารถ

Written on October 13, 2017 at 6:48 am, by

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ต.อภิชากร แต่งเกลี้ยง สว.เวร สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า ริมถนนสายวังตาผิน-สะพานสี่ ม.4 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ประสานหน่วยกู้ภัยปลวกแดงและแพทย์เวร รพ.ปลวกแดง เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงอยู่ริมถนน มีรถกระบะ แคป สีขาว อีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผธ-5127 ชลบุรี ด้านหน้าพังยับจนเสาไฟฟ้าหัก จึงประสานการไฟฟ้าตัดไฟทันที จากนั้นเข้าไปช่วยร่างผู้ที่ติดอยู่ในรถบริเวณเบาะคนขับเป็นผู้ชายเสียชีวิตแล้ว สภาพศพที่ศีรษะมีเลือดออกและเป็นแผลฉกรรจ์ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียออกมา ทราบชื่อคือนายธงชัย เกิดเดช อายุ 32 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.ขอนแก่น พนักงานบริษัทผลิตกล่องกระดาษหรือกล่องกระดาษลูกฟูกรายใหญ่แห่งหนึ่ง ก่อนนำศพส่งพิสูจน์ที่ รพ.ปลวกแดง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบเป็นการเกิดอุบัติเหตุด้วยตนเอง และ ตรวจสอบทรัพย์สินของทางราชการที่เสียหาย ซึ่งเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูงหัก พร้อมเตรียมประสานบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เกิดเหตุเพื่อทราบ และติดต่อญาติผู้เสียชีวิตเพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

 

พิษหึงหวง! ผัวซ้อมเมียสาวโอเกะจนตาย อ้างแค่ผลักล้ม

Written on October 2, 2017 at 10:21 am, by

พิษหึงหวง! ผัวซ้อมเมียสาวโอเกะจนตาย อ้างแค่ผลักล้ม

Workpoint TV
สนับสนุนเนื้อหา
เกิดเหตุสามีทะเลาะภรรยารุนแรง หลังฝ่ายชายรู้ว่าฝ่ายหญิงคุยกับชายอื่น จนโกรธแค้นลงมือทำร้ายร่างกาย จนสลบแน่นิ่งและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ฝ่ายชายบอกแค่ผลักล้มเท่านั้น

เมื่อเวลา 04.00 น. (1 ต.ค.60) พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี ผกก.สภ.สัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ นามดุ้ง หัวหน้างานสอบสวน ร.ต.ท.จิรศักดิ์ ว่องไว รองสารวัตรสอบสวน และชุดสืบสวน ได้เข้าตรวจสอบเหตุฆ่ากันตาย ภายในอาคารพาณิชย์ชื่อ ร้านมาโนช หม้อน้ำ ไม่มีเลขที่ ม.8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุบนโซฟาชั้นล่างพบศพ น.ส.พลอยไพลิน อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ อาชีพพนักงานโรงงานจำหน่ายเครื่องปั๊มไดคัทเเละเครื่องพิมพ์กล่องจากญี่ปุ่น นอนเสียชีวิตในสภาพร่างกายบอบช้ำ เหมือนถูกซ้อมด้วยแม่ไม้มวยไทย มีร่องรอยฟกช้ำทั่วเรือนร่าง เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุยังได้ควบคุมตัว นายมาโนช อายุ 46 ปี สามีผู้ตาย และเป็นเจ้าของร้าน ซึ่งคาดว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าภรรยาในครั้งนี้ เบื้องต้น หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ได้นำศพส่งชันสูตรยัง โรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10 เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด

พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี เปิดเผยว่า ในคดีนี้จากพยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายมาโนช พร้อมกับผู้ตาย ซึ่งเป็นภรรยา มีอาชีพเป็นสาวคาราโอเกะ ได้ไปนั่งดื่มกันที่บ้านเพื่อนแห่งหนึ่ง ก่อนทั้งคู่เกิดมีปากเสียงหึงหวงกันอย่างรุนแรง หลังฝ่ายชายรู้ว่า ฝ่ายหญิงติดต่อคุยกับเพื่อนชาย จนโกรธแค้นลงมือทำร้ายฝ่ายหญิง จนสลบแน่นิ่ง ก่อนให้เพื่อนช่วยกันนำร่างมานอนพักที่โซฟาจนสิ้นใจตายในที่สุด แม้การสอบสวน นายมาโนช จะยังให้การปฏิเสธไม่ได้เป็นทำร้ายภรรยาจนถึงตาย แต่ยอมรับมีปากเสียงทะเลาะกันจริง และตนแค่ผลักจนล้มเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากพยานหลักฐานจึงแน่ใจได้ว่า นายมาโนช เป็นผู้ซ้อมภรรยาจนถึงแก่ความตาย เบื้องต้น ร.ต.ท.จิรศักดิ์ ว่องไว รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแล้ว

เผาแล้ว “น้องเมย์” ชาวบ้านนับ 1,000 แห่อาลัยส่งดวงวิญญาณไปสู่สุขติ สุดสลดแม่ร่ำไห้ไม่หยุด

Written on September 30, 2017 at 6:27 am, by

วันที่ 29 ก.ย. ที่เมรุวัดบูรพารามอยู่เเถวโรงงานผลิตกล่องกระดาษหรือกล่องกระดาษลูกฟูกราคาถูกรายใหญ่  วัดประจำหมู่บ้านโนนสว่าง หมู่ 2 ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นายวิมล สุรเสน นายอำเภอหนองวัวซอ จ.อุดรธานี ได้เป็นประธานฌาปนกิจศพ น.ส.ประภาพร หรือน้องเมย์ วรวงศ์ อายุ 19 ปี พนักงานของสถาบันเสริมความงามวุฒิศักดิ์คลินิก สาขาเซ็นทรัลเวตต์เกตบางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ถูกนายพีระพงศ์ อดิษฐ์ศร อายุ 29 ปี ใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนสถาบันวุฒิศักดิ์, ตัวแทนบริษัทประกันชีวิต ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลกุดหมากไฟ ญาติพี่น้องทั้งอยู่ในพื้นที่และที่อยู่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น และประชาชนในพื้นที่ไปร่วมงานฌาปนกิจศพในครั้งนี้กว่า 1,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวและญาติพี่น้อง

นางเหรียญ วรวงศ์ อายุ 53 ปี มารดาของของน้องเมย์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ในการสูญเสียลูกสาวสุดที่รักไปในขณะที่อายุยังน้อยอยู่ สำหรับที่ทำงานของน้องเมย์ ได้ทำประกันชีวิต เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับพนักงานทุกคนกับบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีเงิน ร่วมกันมาทำบุญจากพนักงานของสถาบันทั่วประเทศอีกเกือบ 2 แสนบาท

“ก็ยังยืนเหมือนเดิม ไม่ขออโหสิกรรมให้ฆาตกรที่ฆ่าลูก หลังจากนี้ก็จะนำเถ้ากระดูกของสาวลูกไปทำพิธีลอยอังคารที่แม่น้ำ พร้อมกับเอาอัฐิกระดูกของลูกสาวไว้ที่วัดในหมู่บ้าน เมื่อเวลาทำบุญหาลูกสาว หรือคิดถึงเขา ก็จะได้มาหาง่ายสะดวกไม่ไกลด้วย” นางเหรียญ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนางเหรียญ นั้นได้ร้องไห้อยู่ตลอดเวลาในขณะที่ทำพิธีทางศาสนา ทำให้ญาติพี่น้องต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดและปลอบโยนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่ตัวแทนได้อ่านประวัติและกลอนโคลงเพื่อรำลึกและส่งดวงวิญญาณของเมย์ ซึ่งมีเนื้อหากินใจผู้ที่มาร่วมงานทำให้นางเหรียญ ร้องไห้อย่างหนัก

สลด พยาบาลสาวมุ่งหน้าร่วมงานวิ่งการกุศล หักหลบพุ่งชนป้อมดับ โพสต์สุดท้ายชี้สาเหตุ!

Written on September 25, 2017 at 10:02 am, by

เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 24 ก.ย. ร.ต.อ.สุนทร อุดไธสง พนักงานสอบสวน สภ.เหล่าเสือโก๊ก จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งมีรถเก๋งเสียหลักชนป้อมตำรวจตั้งอยู่บริเวณทางเข้าตลาดอำเภอเหล่าเสือโก๊กก่อนถึงร้านขายซองขยายข้างหรือซองเอกสารขยายข้างราคาถูกรายใหญ่ ถ.ตระการพืชผล-อุบลราชธานี ต.เหล่าเสื้อโก้ก และมีผู้เสียชีวิตติดคาอยู่ในซากรถ 1 ราย จึงพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิศิษย์พระจี้กงอุบลราชธานี ประจำจุดดอนมดแดง เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กฉ 541 อุบลราชธานี พุ่งชนกับป้อมตำรวจตั้งอยู่ฝั่งขาเข้าตัวจังหวัด สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน และบริเวณที่นั่งคนขับพบร่าง น.ส.เปมิกา ผาเหลา อายุ 35 ปี พยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลเขมราฐ จ.อุบลราชธานี เสียชีวิตลักษณะร่างอัดกับคอนโซลหน้ารถ โดยสวมเสื้อกีฬาแขนสั้นสีฟ้ากางเกงขายาวสีฟ้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำเครื่องตัดถ่างเข้าช่วยนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากรถ

จากการสอบสวนพยานที่เกิดเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะรถของ น.ส.เปมิกา ขับมุ่งหน้ามาจากอำเภอเขมราฐเข้าตัวเมืองอุบลราชธานี เมื่อรถแล่นมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร โดยรถของผู้เสียชีวิตแล่นอยู่ในเลนขวา และมาพบรถกระบะจอดชะลอรอเลี้ยวรถกลับ ทำให้ น.ส.เปมิกา หักพวงมาลัยรถหลบ แต่รถเสียหลักพุ่งเข้าชนป้อมยามตำรวจที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นพังยับเยิน ทำให้เสียชีวิตคาซากรถ  เมื่อตรวจบริเวณจุดเกิดเหตุ ไม่พบรอยเบรกของรถผู้ตาย ทำให้สันนิษฐานระหว่างพยาบาลสาวขับรถเข้าตัวจังหวัด เพื่อมาร่วมวิ่งงานกุศล“Mahidal Day Run To Give” ที่จัดขึ้นในช่วงเช้าที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อาจหลับใน

โดยก่อนเสียชีวิตพยาบาลสาวรายนี้ ได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ค “มีคนบอกรักทุกวัน มันก็จะฟินหน่อยๆนะ #งานมโนก็มา #ทำงาน24ชม. #พรุ่งนี้ตื่นไปวิ่งไหวมั้ย”  และหลังข่าวการเสียชีวิตของพยาบาลสาวรายนี้แพร่ออกไปทางโซเซียส ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเสียใจ เพราะเป็นพยาบาลที่ตั้งใจทำงานประจำรถกู้ภัยของโรงพยาบาลอำเภอเขมราฐ จนเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มของหน่วยกู้ภัยและผู้ติดตามการทำงานทางเฟสบุ๊ค ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตญาติไม่ติดใจสงสัย จึงได้มอบศพนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
หมายเหตุ ขอบคุณภาพจากมูลนิธิศิษย์พระจี้กงอุบลราชธานี

สยองขวัญ! ลูกจ้างโรงสีเป็นซากศพ ตายเป็นเดือนไม่มีใครรู้

Written on September 18, 2017 at 7:17 am, by

สยองขวัญ! ลูกจ้างโรงสีเป็นซากศพ ตายเป็นเดือนไม่มีใครรู้

 

ลูกจ้างโรงสีข้าวย่านบางบัวทอง กลายเป็นซากศพคาเต้นท์ คาดเสียชีวิตเป็นแรมเดือนแต่ไม่มีใครรู้ พบมีนิสัยติดสุรา เชื่อมีโรคประจำตัว ส่งชันสูตรหาความชัดเจน

(17 ก.ย.) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ร.ต.ท.อภิชัย ไชยสุภาพ ร้อยเวร สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่าพบศพผู้เสียชีวิต บริเวณบ้านร้างติดกับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนบางกรวย-ไทยน้อย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว สร้างด้วยปูน ตั้งอยู่ในป่ารกร้างไม่มีเลขที่ พบเต๊นท์ผ้าใบขนาดเล็กตั้งอยู่ทำด้วยเศษวัสดุ พบผู้เสียชีวิตนอนตะแคง ไม่สวมใส่เสื้อผ้าเป็นซากศพแห้งและเป็นสีดำแล้ว คาดว่าน่าจะเสียชีสิตมาประมาณ 1 เดือน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายวิชาญ อายุ 60 ปี เป็นชาว จ.ปราจีนบุรี เป็นลูกจ้างโรงสีเอกไลซ์อยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์เกรดเอราคาถูก อ.บางบัวทอง

จากการสอบถามพี่ชายผู้เสียชีวิต ทราบว่าผู้เสียชีวิตย้ายที่ทำงานไปเรื่อย แต่มาอาศัยอยู่ตรงนี้ได้ประมาณ 2 ปีและทำงานเป็นลูกจ้างที่โรงสี ชอบดื่มสุรา ตนไม่ได้เจอมาเดือนกว่า ครั้งล่าสุดเจอเมื่อเดือนกว่าๆ ตนเคยส่งเงินให้ใช้อยู่ประจำ นานๆถึงจะเข้ามาดูครั้ง จนมาทราบจากเจ้าของที่ที่เข้ามาถางหญ้าจึงรู้ว่าน้องชายเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตจากการป่วย อย่างไรก็ตามต้องส่งร่างให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด จากนั้นจึงจะมอบร่างให้ญาตินำไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ตำรวจปทุมธานีเผย “น้ำมนต์” ไร้ญาติมาเยี่ยม

Written on September 12, 2017 at 10:06 am, by

ตำรวจปทุมธานีเผย "น้ำมนต์" ไร้ญาติมาเยี่ยม

 

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เผย เผยยังไม่มีญาติเยี่ยมและขอประกันตัว “น้ำมนต์” ขณะที่ ตร.จันทบุรี ขออายัดตัวคดีฉ้อโกง

จากกรณีที่ นางสาวจริยาภรณ์ หรือ น้ำมนต์ อดีตพนักงานบริษัทรับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่น สาวลวงโลกที่ก่อคดีอื้อฉาวไปในหลายๆ จังหวัดจนมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามที่เป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับน้ำมนต์ ไว้ 3 คดี 

ด้าน พ.ต.อ.อริยะ พันธุฟัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ความคืบหน้า ขณะยังไม่มีญาติของ น.ส.จริยาภรณ์ มาขอยื่นประตัวแต่อย่างใด ส่วนการขออายัดตัวนั้นมี สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ได้มีหน้งสือแจ้งอายัดตัวในคดีฉ้อโกงไว้  ในส่วนของ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์  ได้มีการแจ้งความไว้ 3 คดี ได้แก่ คดีฉ้อโกง จำนวน 2 คดี และคดีลักทรัพย์ จำนวน 1 คดี ซึ่งทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อ

ส่วนการจะดำเนินคดีกับพ่อแม่ของนางสาวน้ำมนต์ หรือไม่ นั้นขึ้นอยู่กับผู้เสียหายถ้าไม่ติดใจเอาความ สามารถยอมความกันได้ ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงไม่ใช่กรณีลักทรัพย์ซึ่งไม่สามารถยอมความกันได้ ส่วนบรรยากาศที่เรือนจำธัญบุรีเป็นไปอย่างปกติ ยังไม่มีญาติของ น.ส.จริยาภรณ์ มายื่นเรื่องขอเข้าเยี่ยมแต่อย่างใด

สั่งเลย