Skip to Content

หนุ่มโรงงานซิ่งกระบะมรณะชนเสาไฟดับสยองคารถ

Written on October 13, 2017 at 6:48 am, by

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ต.อภิชากร แต่งเกลี้ยง สว.เวร สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า ริมถนนสายวังตาผิน-สะพานสี่ ม.4 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ประสานหน่วยกู้ภัยปลวกแดงและแพทย์เวร รพ.ปลวกแดง เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงอยู่ริมถนน มีรถกระบะ แคป สีขาว อีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผธ-5127 ชลบุรี ด้านหน้าพังยับจนเสาไฟฟ้าหัก จึงประสานการไฟฟ้าตัดไฟทันที จากนั้นเข้าไปช่วยร่างผู้ที่ติดอยู่ในรถบริเวณเบาะคนขับเป็นผู้ชายเสียชีวิตแล้ว สภาพศพที่ศีรษะมีเลือดออกและเป็นแผลฉกรรจ์ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียออกมา ทราบชื่อคือนายธงชัย เกิดเดช อายุ 32 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.ขอนแก่น พนักงานบริษัทผลิตกล่องกระดาษหรือกล่องกระดาษลูกฟูกรายใหญ่แห่งหนึ่ง ก่อนนำศพส่งพิสูจน์ที่ รพ.ปลวกแดง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบเป็นการเกิดอุบัติเหตุด้วยตนเอง และ ตรวจสอบทรัพย์สินของทางราชการที่เสียหาย ซึ่งเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูงหัก พร้อมเตรียมประสานบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เกิดเหตุเพื่อทราบ และติดต่อญาติผู้เสียชีวิตเพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

 

พิษหึงหวง! ผัวซ้อมเมียสาวโอเกะจนตาย อ้างแค่ผลักล้ม

Written on October 2, 2017 at 10:21 am, by

พิษหึงหวง! ผัวซ้อมเมียสาวโอเกะจนตาย อ้างแค่ผลักล้ม

Workpoint TV
สนับสนุนเนื้อหา
เกิดเหตุสามีทะเลาะภรรยารุนแรง หลังฝ่ายชายรู้ว่าฝ่ายหญิงคุยกับชายอื่น จนโกรธแค้นลงมือทำร้ายร่างกาย จนสลบแน่นิ่งและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ฝ่ายชายบอกแค่ผลักล้มเท่านั้น

เมื่อเวลา 04.00 น. (1 ต.ค.60) พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี ผกก.สภ.สัตหีบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ นามดุ้ง หัวหน้างานสอบสวน ร.ต.ท.จิรศักดิ์ ว่องไว รองสารวัตรสอบสวน และชุดสืบสวน ได้เข้าตรวจสอบเหตุฆ่ากันตาย ภายในอาคารพาณิชย์ชื่อ ร้านมาโนช หม้อน้ำ ไม่มีเลขที่ ม.8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุบนโซฟาชั้นล่างพบศพ น.ส.พลอยไพลิน อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ อาชีพพนักงานโรงงานจำหน่ายเครื่องปั๊มไดคัทเเละเครื่องพิมพ์กล่องจากญี่ปุ่น นอนเสียชีวิตในสภาพร่างกายบอบช้ำ เหมือนถูกซ้อมด้วยแม่ไม้มวยไทย มีร่องรอยฟกช้ำทั่วเรือนร่าง เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุยังได้ควบคุมตัว นายมาโนช อายุ 46 ปี สามีผู้ตาย และเป็นเจ้าของร้าน ซึ่งคาดว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าภรรยาในครั้งนี้ เบื้องต้น หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ได้นำศพส่งชันสูตรยัง โรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10 เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด

พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี เปิดเผยว่า ในคดีนี้จากพยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายมาโนช พร้อมกับผู้ตาย ซึ่งเป็นภรรยา มีอาชีพเป็นสาวคาราโอเกะ ได้ไปนั่งดื่มกันที่บ้านเพื่อนแห่งหนึ่ง ก่อนทั้งคู่เกิดมีปากเสียงหึงหวงกันอย่างรุนแรง หลังฝ่ายชายรู้ว่า ฝ่ายหญิงติดต่อคุยกับเพื่อนชาย จนโกรธแค้นลงมือทำร้ายฝ่ายหญิง จนสลบแน่นิ่ง ก่อนให้เพื่อนช่วยกันนำร่างมานอนพักที่โซฟาจนสิ้นใจตายในที่สุด แม้การสอบสวน นายมาโนช จะยังให้การปฏิเสธไม่ได้เป็นทำร้ายภรรยาจนถึงตาย แต่ยอมรับมีปากเสียงทะเลาะกันจริง และตนแค่ผลักจนล้มเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากพยานหลักฐานจึงแน่ใจได้ว่า นายมาโนช เป็นผู้ซ้อมภรรยาจนถึงแก่ความตาย เบื้องต้น ร.ต.ท.จิรศักดิ์ ว่องไว รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแล้ว

เผาแล้ว “น้องเมย์” ชาวบ้านนับ 1,000 แห่อาลัยส่งดวงวิญญาณไปสู่สุขติ สุดสลดแม่ร่ำไห้ไม่หยุด

Written on September 30, 2017 at 6:27 am, by

วันที่ 29 ก.ย. ที่เมรุวัดบูรพารามอยู่เเถวโรงงานผลิตกล่องกระดาษหรือกล่องกระดาษลูกฟูกราคาถูกรายใหญ่  วัดประจำหมู่บ้านโนนสว่าง หมู่ 2 ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นายวิมล สุรเสน นายอำเภอหนองวัวซอ จ.อุดรธานี ได้เป็นประธานฌาปนกิจศพ น.ส.ประภาพร หรือน้องเมย์ วรวงศ์ อายุ 19 ปี พนักงานของสถาบันเสริมความงามวุฒิศักดิ์คลินิก สาขาเซ็นทรัลเวตต์เกตบางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ถูกนายพีระพงศ์ อดิษฐ์ศร อายุ 29 ปี ใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนสถาบันวุฒิศักดิ์, ตัวแทนบริษัทประกันชีวิต ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลกุดหมากไฟ ญาติพี่น้องทั้งอยู่ในพื้นที่และที่อยู่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น และประชาชนในพื้นที่ไปร่วมงานฌาปนกิจศพในครั้งนี้กว่า 1,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวและญาติพี่น้อง

นางเหรียญ วรวงศ์ อายุ 53 ปี มารดาของของน้องเมย์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ในการสูญเสียลูกสาวสุดที่รักไปในขณะที่อายุยังน้อยอยู่ สำหรับที่ทำงานของน้องเมย์ ได้ทำประกันชีวิต เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับพนักงานทุกคนกับบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีเงิน ร่วมกันมาทำบุญจากพนักงานของสถาบันทั่วประเทศอีกเกือบ 2 แสนบาท

“ก็ยังยืนเหมือนเดิม ไม่ขออโหสิกรรมให้ฆาตกรที่ฆ่าลูก หลังจากนี้ก็จะนำเถ้ากระดูกของสาวลูกไปทำพิธีลอยอังคารที่แม่น้ำ พร้อมกับเอาอัฐิกระดูกของลูกสาวไว้ที่วัดในหมู่บ้าน เมื่อเวลาทำบุญหาลูกสาว หรือคิดถึงเขา ก็จะได้มาหาง่ายสะดวกไม่ไกลด้วย” นางเหรียญ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนางเหรียญ นั้นได้ร้องไห้อยู่ตลอดเวลาในขณะที่ทำพิธีทางศาสนา ทำให้ญาติพี่น้องต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดและปลอบโยนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่ตัวแทนได้อ่านประวัติและกลอนโคลงเพื่อรำลึกและส่งดวงวิญญาณของเมย์ ซึ่งมีเนื้อหากินใจผู้ที่มาร่วมงานทำให้นางเหรียญ ร้องไห้อย่างหนัก

สลด พยาบาลสาวมุ่งหน้าร่วมงานวิ่งการกุศล หักหลบพุ่งชนป้อมดับ โพสต์สุดท้ายชี้สาเหตุ!

Written on September 25, 2017 at 10:02 am, by

เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 24 ก.ย. ร.ต.อ.สุนทร อุดไธสง พนักงานสอบสวน สภ.เหล่าเสือโก๊ก จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งมีรถเก๋งเสียหลักชนป้อมตำรวจตั้งอยู่บริเวณทางเข้าตลาดอำเภอเหล่าเสือโก๊กก่อนถึงร้านขายซองขยายข้างหรือซองเอกสารขยายข้างราคาถูกรายใหญ่ ถ.ตระการพืชผล-อุบลราชธานี ต.เหล่าเสื้อโก้ก และมีผู้เสียชีวิตติดคาอยู่ในซากรถ 1 ราย จึงพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิศิษย์พระจี้กงอุบลราชธานี ประจำจุดดอนมดแดง เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กฉ 541 อุบลราชธานี พุ่งชนกับป้อมตำรวจตั้งอยู่ฝั่งขาเข้าตัวจังหวัด สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน และบริเวณที่นั่งคนขับพบร่าง น.ส.เปมิกา ผาเหลา อายุ 35 ปี พยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลเขมราฐ จ.อุบลราชธานี เสียชีวิตลักษณะร่างอัดกับคอนโซลหน้ารถ โดยสวมเสื้อกีฬาแขนสั้นสีฟ้ากางเกงขายาวสีฟ้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำเครื่องตัดถ่างเข้าช่วยนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากรถ

จากการสอบสวนพยานที่เกิดเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะรถของ น.ส.เปมิกา ขับมุ่งหน้ามาจากอำเภอเขมราฐเข้าตัวเมืองอุบลราชธานี เมื่อรถแล่นมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร โดยรถของผู้เสียชีวิตแล่นอยู่ในเลนขวา และมาพบรถกระบะจอดชะลอรอเลี้ยวรถกลับ ทำให้ น.ส.เปมิกา หักพวงมาลัยรถหลบ แต่รถเสียหลักพุ่งเข้าชนป้อมยามตำรวจที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นพังยับเยิน ทำให้เสียชีวิตคาซากรถ  เมื่อตรวจบริเวณจุดเกิดเหตุ ไม่พบรอยเบรกของรถผู้ตาย ทำให้สันนิษฐานระหว่างพยาบาลสาวขับรถเข้าตัวจังหวัด เพื่อมาร่วมวิ่งงานกุศล“Mahidal Day Run To Give” ที่จัดขึ้นในช่วงเช้าที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อาจหลับใน

โดยก่อนเสียชีวิตพยาบาลสาวรายนี้ ได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ค “มีคนบอกรักทุกวัน มันก็จะฟินหน่อยๆนะ #งานมโนก็มา #ทำงาน24ชม. #พรุ่งนี้ตื่นไปวิ่งไหวมั้ย”  และหลังข่าวการเสียชีวิตของพยาบาลสาวรายนี้แพร่ออกไปทางโซเซียส ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเสียใจ เพราะเป็นพยาบาลที่ตั้งใจทำงานประจำรถกู้ภัยของโรงพยาบาลอำเภอเขมราฐ จนเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มของหน่วยกู้ภัยและผู้ติดตามการทำงานทางเฟสบุ๊ค ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตญาติไม่ติดใจสงสัย จึงได้มอบศพนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
หมายเหตุ ขอบคุณภาพจากมูลนิธิศิษย์พระจี้กงอุบลราชธานี

สยองขวัญ! ลูกจ้างโรงสีเป็นซากศพ ตายเป็นเดือนไม่มีใครรู้

Written on September 18, 2017 at 7:17 am, by

สยองขวัญ! ลูกจ้างโรงสีเป็นซากศพ ตายเป็นเดือนไม่มีใครรู้

 

ลูกจ้างโรงสีข้าวย่านบางบัวทอง กลายเป็นซากศพคาเต้นท์ คาดเสียชีวิตเป็นแรมเดือนแต่ไม่มีใครรู้ พบมีนิสัยติดสุรา เชื่อมีโรคประจำตัว ส่งชันสูตรหาความชัดเจน

(17 ก.ย.) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ร.ต.ท.อภิชัย ไชยสุภาพ ร้อยเวร สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่าพบศพผู้เสียชีวิต บริเวณบ้านร้างติดกับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนบางกรวย-ไทยน้อย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว สร้างด้วยปูน ตั้งอยู่ในป่ารกร้างไม่มีเลขที่ พบเต๊นท์ผ้าใบขนาดเล็กตั้งอยู่ทำด้วยเศษวัสดุ พบผู้เสียชีวิตนอนตะแคง ไม่สวมใส่เสื้อผ้าเป็นซากศพแห้งและเป็นสีดำแล้ว คาดว่าน่าจะเสียชีสิตมาประมาณ 1 เดือน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายวิชาญ อายุ 60 ปี เป็นชาว จ.ปราจีนบุรี เป็นลูกจ้างโรงสีเอกไลซ์อยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์เกรดเอราคาถูก อ.บางบัวทอง

จากการสอบถามพี่ชายผู้เสียชีวิต ทราบว่าผู้เสียชีวิตย้ายที่ทำงานไปเรื่อย แต่มาอาศัยอยู่ตรงนี้ได้ประมาณ 2 ปีและทำงานเป็นลูกจ้างที่โรงสี ชอบดื่มสุรา ตนไม่ได้เจอมาเดือนกว่า ครั้งล่าสุดเจอเมื่อเดือนกว่าๆ ตนเคยส่งเงินให้ใช้อยู่ประจำ นานๆถึงจะเข้ามาดูครั้ง จนมาทราบจากเจ้าของที่ที่เข้ามาถางหญ้าจึงรู้ว่าน้องชายเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตจากการป่วย อย่างไรก็ตามต้องส่งร่างให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด จากนั้นจึงจะมอบร่างให้ญาตินำไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ตำรวจปทุมธานีเผย “น้ำมนต์” ไร้ญาติมาเยี่ยม

Written on September 12, 2017 at 10:06 am, by

ตำรวจปทุมธานีเผย "น้ำมนต์" ไร้ญาติมาเยี่ยม

 

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เผย เผยยังไม่มีญาติเยี่ยมและขอประกันตัว “น้ำมนต์” ขณะที่ ตร.จันทบุรี ขออายัดตัวคดีฉ้อโกง

จากกรณีที่ นางสาวจริยาภรณ์ หรือ น้ำมนต์ อดีตพนักงานบริษัทรับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่น สาวลวงโลกที่ก่อคดีอื้อฉาวไปในหลายๆ จังหวัดจนมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามที่เป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับน้ำมนต์ ไว้ 3 คดี 

ด้าน พ.ต.อ.อริยะ พันธุฟัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ความคืบหน้า ขณะยังไม่มีญาติของ น.ส.จริยาภรณ์ มาขอยื่นประตัวแต่อย่างใด ส่วนการขออายัดตัวนั้นมี สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ได้มีหน้งสือแจ้งอายัดตัวในคดีฉ้อโกงไว้  ในส่วนของ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์  ได้มีการแจ้งความไว้ 3 คดี ได้แก่ คดีฉ้อโกง จำนวน 2 คดี และคดีลักทรัพย์ จำนวน 1 คดี ซึ่งทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อ

ส่วนการจะดำเนินคดีกับพ่อแม่ของนางสาวน้ำมนต์ หรือไม่ นั้นขึ้นอยู่กับผู้เสียหายถ้าไม่ติดใจเอาความ สามารถยอมความกันได้ ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงไม่ใช่กรณีลักทรัพย์ซึ่งไม่สามารถยอมความกันได้ ส่วนบรรยากาศที่เรือนจำธัญบุรีเป็นไปอย่างปกติ ยังไม่มีญาติของ น.ส.จริยาภรณ์ มายื่นเรื่องขอเข้าเยี่ยมแต่อย่างใด

หนุ่มแวะฉี่ใต้ต้นไม้ แทบช็อกเงยหน้าเจอพ่อค้าอาหารตามสั่ง ดับคาต้นมะม่วง

Written on September 6, 2017 at 9:55 am, by

วันที่ 6 ก.ย. 60 เวลา 08.30 น. ร.ต.อ.อัตถจินต์ อ่อนหนองหว้า ร้อยเวร สภ.แหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี และยังเป็นนายหน้ารับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่น ได้รับแจ้งเหตุ มีชาวบ้านพบศพคนผูกคอเสียชีวิต อยู่บนต้นมะม่วง หน้าบ้านพักไม่มีเลขที่ พื้นที่ ม.7 บ้านเจดีย์ทราย ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี หลังรับแจ้ง ได้พร้อมตำรวจสืบสวน แพทย์เวร รพ.แหลมสิงห์ และกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ร่วมกันเดินทางตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบศพของ นายสมชาย บุญริน อายุ 46 ปี พ่อค้าร้านอาหารตามสั่งในตลาดพลิ้ว อยู่ในสภาพ ใช้เชือกไนลอนสีขาว ผูกคอห้อยติดกับกิ่งต้นมะม่วง สูงจากพื้นประมาณ 5 เมตร  ลักษณะยังนั่งค่อมเกาะติดกับส่วนของลำต้น สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่สวมเสื้อ และพบรองเท้าแตะสีเหลือง ถูกถอดวางไว้ใต้ต้นมะม่วง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน จากผลการตรวจชันสูตรศพของแพทย์เบื้องต้น ไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลที่เกิดจากการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชม.

จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.อัตถจินต์ หนองหว้า ร้อยเวรเจ้าของคดี เบื้องต้น นายปรีชา บุญริน อายุ 43 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต ให้การว่า ผู้ที่มาพบศพคนแรก เป็นคนงานชาวกัมพูชา ขณะกำลังเดินมาปัสสาวะใต้ต้นมะม่วง และบังเอิญเงยหน้าขึ้นไปพบศพ ก่อนที่จะรีบมาบอกตนเอง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุที่ทำให้พี่ชายคิดสั้นจนผูกคอฆ่าตัวตาย คาดว่าน่าจะเกิดจาก  การที่ นายสมชาย มักจะมีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาว ชื่อแพรว ไม่ทราบนามสกุล  ที่เพิ่งอยู่กินมาได้ประมาณ 1 ปี อยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดช่วงคืนที่ผ่านมาทั้งสองคนได้มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่อมาช่วงกลางดึก นางแพรว แฟนของพี่ชาย ได้ขี่รถ จยย. หนีหายออกไปจากบ้าน จึงคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ นายสมชาย น้อยใจ คิดสั้นผูกคอเสียชีวิต

พบกระดูกถูกเผากลางป่าใกล้ค่ายทหาร ครอบครัวเร่งส่งพิสูจน์ใช่ของ “ผอ.อ้อย”หรือไม่

Written on August 31, 2017 at 4:56 am, by

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. จากกรณีนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี นำญาติพี่น้องออกตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผู้อำนวยกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ เจ้าของกิจการร้านจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกและกล่องพัสดุเกรดเอ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานร่วม 2 เดือนแล้ว ล่าสุดได้มีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่น.ส.จุฑาภรณ์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อต้องการส่งผลบุญให้พบกับน.ส.จุฑาภรณ์โดยเร็วนั้น

ล่าสุดวันนี้ เวลา 08.00 น. ที่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสนองศักดิ์ ยินธนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้ร่วมกับญาติพี่น้องออกตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ไปตามสถานที่สงสัยว่า จะเป็นที่ซุกซ่อนตัวของน.ส.จุฑาภรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้ฐานทหารแห่งหนึ่งแถวพลาญเสือตอนล่าง อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ซึ่งจากการที่ตนและญาติพี่น้องได้ร่วมกันตรวจค้นตามป่าในเขตพลาญเสือตอนล่าง ได้พบโครงกระดูกหลายชิ้นมีร่องรอยถูกเผากองอยู่กับพื้น ตนและญาติพี่น้องจึงช่วยกันเก็บกระดูกทั้งหมด จากนั้น ได้นำเอาไปแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ทราบเพื่อจะได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ว่า เป็นโครงกระดูกของน.ส.จุฑาภรณ์หรือไม่

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อบต ชำและสมาชิก อบต ตำบลชำ อ.กันทรลักษ์ ได้เดินทางมาพบกับนางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของน.ส.จุฑาภรณ์ โดยนำเงินจำนวน 14,210 บาท มามอบให้กับนางแหลม เพื่อเป็นการสมทบทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการตามหาน.ส.จุฑาภรณ์ ซึ่งเงินจำนวนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเงินออมทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ อบต.ชำ ที่ได้เก็บออมกันเองในที่ทำการ อบต.ชำ และเมื่อสมาชิก อบต.ครบวาระ หรือมีการเสียชีวิตจะส่งคืนเงินให้สมาชิกตามจำนวนเงินที่ออมไว้ โดยเงินจำนวนนี้เมื่อหักเงินที่มีการกู้ยืมแล้ว เหลือเงินออมที่จะคืนให้น.ส.จุฑาภรณ์ 6,510 บาท และส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ทางคณะผู้บริหารสมาชิก อบต.ชำและเจ้าหน้าที่ อบต.ทุกคน ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสมทบค่าใช้ในการทำบุญให้น.ส.จุฑาภรณ์ 7,700 บาท

นายสุเรียน กล่าวว่า จากการที่น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไปอย่างลึกลับนานร่วม 2 เดือนนั้น ตนได้สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว โดยสอบสวนหาสาเหตุที่น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไปไม่ได้มาปฏิบัติราชการตามปกติ ซึ่งแม้ว่าน.ส.จุฑาภรณ์จะขาดราชการเกินกว่า 15 วันแล้ว แต่ตนยังไม่ได้เสนอเรื่องไปให้หน่วยเหนือไล่น.ส.จุฑาภรณ์ออกจากราชการแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งหากว่าน.ส.จุฑาภรณ์มีเหตุสุดวิสัย เช่นถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้ ก็จะถือว่าไม่ใช่ความผิดและจะเสนอเรื่องให้มาปฏิบัติราชการตามปกติเช่นเดิมต่อไป

 

แฉใช้มีดแทงช่องคลอด‘น.ศ.สาว’ บีบคอ-หมอนกดซ้ำจนสิ้นใจสยองคาม่านรูด

Written on August 25, 2017 at 9:25 am, by

จากคดีพบศพน.ศ.สาววัย 23 ปีเสียชีวิตในโรงแรมม่านรูดแถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายซองขยายข้างและซองเอกสารขยายข้างราคาถูก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อตรวจสอบพบก่อนเกิดเหตุซ้อนจยย.ชายหนุ่มเข้าโรงแรม ผ่านไปครึ่งชั่วโมงฝ่ายชายขี่จยย.หนีไป ต่อมานายศรราม เผ่าเอี่ยมจีน อายุ 23 ปี หนุ่มผู้ต้องสงสัย เข้ามอบตัวกับตำรวจ ให้การว่ารู้จักหญิงสาวผ่านเฟซบุ๊กได้ 2 วัน จึงชวนไปกินข้าว ขากลับขอแวะม่านรูดหวังมีเพศสัมพันธ์ แต่ขณะมีอะไรกันผู้หญิงเกิดอาการชักเกร็งและมีเลือดทะลักออกมา จึงตกใจรีบหนี ยืนยันไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือลงมือฆ่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งศพไปชันสูตรพลิกศพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ส.ค. พ.ต.อ.สาโรจน์ รอดมณี ผกก.สภ.บ้านแพ้ว พร้อมด้วยพ.ต.อ.พันฤทธิ์ วิไลโรจน์ ผกก.สอบสวน สภ.บ้านแพ้ว ได้เข้าตรวจสอบห้องพัก ภายในโรงแรมดังกล่าวอีกครั้ง

พ.ต.อ.สาโรจน์ กล่าวว่า สำหรับชันสูตรศพน.ศ.สาว อย่างไม่เป็นทางการ ทราบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากขาดอากาศหายใจ และพบบาดแผลภายในช่องคลอด โดยอยู่ระหว่างชันสูตรว่าแผลในช่องคลอดเกิดจากสาเหตุใด จากผลการชันสูตรที่ออกมา เจ้าหน้าที่จึงชี้ชัดว่าเป็นเหตุฆาตกรรมแน่นอน เพราะถ้าบริสุทธิ์ใจ เหตุใดหลังเกิดเหตุฝ่ายชายจึงต้องขี่รถหลบหนีไปพร้อมโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย แทนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่หรือตำรวจให้ช่วยเหลือ จึงเชื่อว่ามีส่วนในการก่อเหตุฆาตกรรม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหานายศรราม ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ ส่วนข้อหาข่มขืนต้องรอผลยืนยันอีกครั้ง

“เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผู้ต้องหาได้ฆ่าน.ส.สาว โดยสันนิษฐานว่าใช้วิธีบีบคอหรือใช้หมอนกดปิดหน้าจนขาดอากาศหายใจ จากนั้นใช้อาวุธอาจเป็นมีดแทงที่อวัยวเพศเหยื่อจนเลือดนอง”

เหมือนมีอะไรตัดหน้า! แม่หักหลบพุ่งชนต้นไม้ลูกสาววัย 4 ขวบเจ็บสาหัส

Written on August 19, 2017 at 10:17 am, by

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ลำปาง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนต้นไม้ บริเวณถนนสายบ้านห้วยหล่อไป อ.แม่ทะ ใกล้กับโรงงานผลิตซองขยายข้างและซองเอกสารขยายข้างลำปาง ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส ทะเบียน กอ4933 เชียงใหม่ อยู่ในสภาพพุ่งชนต้นไม้ข้างทางด้านหน้าพังยับเยิน ภายในรถพบคนขับบาดเจ็บสาหัสชื่อนางรัตน์ชดาพร พรมมา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/6 ม.10 ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง และลูกสาววัย 4 ขวบ เนื่องจากถูกกระแทกอย่างรุนแรงภายในตัวรถ เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยเหลือตัวนำออกจากตัวรถและปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลลำปาง อย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามนางรัตน์ชดาพร เปิดเผยว่า ตนขับรถพาลูกสาวมาจากในตัวเมืองลำปาง มุ่งหน้ากลับบ้านที่บ้านต๋อแก้วพัฒนา ต.น้ำโจ้ ถึงที่เกิดเหตุมีอะไรบางอย่างวิ่งตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด ตนตกใจจึงหักพวงมาลัยรถหลบ เป็นเหตุให้รถเสียหลักลงข้างทางและพุ่งชนต้นไม้ที่เป็นป่าละเมาะอย่างจังและทำให้ต้นไม้หักทับตัวรถดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร จะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

สั่งเลย