Skip to Content

สยองขวัญ! ลูกจ้างโรงสีเป็นซากศพ ตายเป็นเดือนไม่มีใครรู้

Written on September 18, 2017 at 7:17 am, by

สยองขวัญ! ลูกจ้างโรงสีเป็นซากศพ ตายเป็นเดือนไม่มีใครรู้

 

ลูกจ้างโรงสีข้าวย่านบางบัวทอง กลายเป็นซากศพคาเต้นท์ คาดเสียชีวิตเป็นแรมเดือนแต่ไม่มีใครรู้ พบมีนิสัยติดสุรา เชื่อมีโรคประจำตัว ส่งชันสูตรหาความชัดเจน

(17 ก.ย.) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ร.ต.ท.อภิชัย ไชยสุภาพ ร้อยเวร สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่าพบศพผู้เสียชีวิต บริเวณบ้านร้างติดกับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถนนบางกรวย-ไทยน้อย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว สร้างด้วยปูน ตั้งอยู่ในป่ารกร้างไม่มีเลขที่ พบเต๊นท์ผ้าใบขนาดเล็กตั้งอยู่ทำด้วยเศษวัสดุ พบผู้เสียชีวิตนอนตะแคง ไม่สวมใส่เสื้อผ้าเป็นซากศพแห้งและเป็นสีดำแล้ว คาดว่าน่าจะเสียชีสิตมาประมาณ 1 เดือน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายวิชาญ อายุ 60 ปี เป็นชาว จ.ปราจีนบุรี เป็นลูกจ้างโรงสีเอกไลซ์อยู่เเถวบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์เกรดเอราคาถูก อ.บางบัวทอง

จากการสอบถามพี่ชายผู้เสียชีวิต ทราบว่าผู้เสียชีวิตย้ายที่ทำงานไปเรื่อย แต่มาอาศัยอยู่ตรงนี้ได้ประมาณ 2 ปีและทำงานเป็นลูกจ้างที่โรงสี ชอบดื่มสุรา ตนไม่ได้เจอมาเดือนกว่า ครั้งล่าสุดเจอเมื่อเดือนกว่าๆ ตนเคยส่งเงินให้ใช้อยู่ประจำ นานๆถึงจะเข้ามาดูครั้ง จนมาทราบจากเจ้าของที่ที่เข้ามาถางหญ้าจึงรู้ว่าน้องชายเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตจากการป่วย อย่างไรก็ตามต้องส่งร่างให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด จากนั้นจึงจะมอบร่างให้ญาตินำไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ตำรวจปทุมธานีเผย “น้ำมนต์” ไร้ญาติมาเยี่ยม

Written on September 12, 2017 at 10:06 am, by

ตำรวจปทุมธานีเผย "น้ำมนต์" ไร้ญาติมาเยี่ยม

 

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เผย เผยยังไม่มีญาติเยี่ยมและขอประกันตัว “น้ำมนต์” ขณะที่ ตร.จันทบุรี ขออายัดตัวคดีฉ้อโกง

จากกรณีที่ นางสาวจริยาภรณ์ หรือ น้ำมนต์ อดีตพนักงานบริษัทรับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่น สาวลวงโลกที่ก่อคดีอื้อฉาวไปในหลายๆ จังหวัดจนมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามที่เป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับน้ำมนต์ ไว้ 3 คดี 

ด้าน พ.ต.อ.อริยะ พันธุฟัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ความคืบหน้า ขณะยังไม่มีญาติของ น.ส.จริยาภรณ์ มาขอยื่นประตัวแต่อย่างใด ส่วนการขออายัดตัวนั้นมี สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ได้มีหน้งสือแจ้งอายัดตัวในคดีฉ้อโกงไว้  ในส่วนของ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์  ได้มีการแจ้งความไว้ 3 คดี ได้แก่ คดีฉ้อโกง จำนวน 2 คดี และคดีลักทรัพย์ จำนวน 1 คดี ซึ่งทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อ

ส่วนการจะดำเนินคดีกับพ่อแม่ของนางสาวน้ำมนต์ หรือไม่ นั้นขึ้นอยู่กับผู้เสียหายถ้าไม่ติดใจเอาความ สามารถยอมความกันได้ ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงไม่ใช่กรณีลักทรัพย์ซึ่งไม่สามารถยอมความกันได้ ส่วนบรรยากาศที่เรือนจำธัญบุรีเป็นไปอย่างปกติ ยังไม่มีญาติของ น.ส.จริยาภรณ์ มายื่นเรื่องขอเข้าเยี่ยมแต่อย่างใด

หนุ่มแวะฉี่ใต้ต้นไม้ แทบช็อกเงยหน้าเจอพ่อค้าอาหารตามสั่ง ดับคาต้นมะม่วง

Written on September 6, 2017 at 9:55 am, by

วันที่ 6 ก.ย. 60 เวลา 08.30 น. ร.ต.อ.อัตถจินต์ อ่อนหนองหว้า ร้อยเวร สภ.แหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี และยังเป็นนายหน้ารับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่น ได้รับแจ้งเหตุ มีชาวบ้านพบศพคนผูกคอเสียชีวิต อยู่บนต้นมะม่วง หน้าบ้านพักไม่มีเลขที่ พื้นที่ ม.7 บ้านเจดีย์ทราย ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี หลังรับแจ้ง ได้พร้อมตำรวจสืบสวน แพทย์เวร รพ.แหลมสิงห์ และกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ร่วมกันเดินทางตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบศพของ นายสมชาย บุญริน อายุ 46 ปี พ่อค้าร้านอาหารตามสั่งในตลาดพลิ้ว อยู่ในสภาพ ใช้เชือกไนลอนสีขาว ผูกคอห้อยติดกับกิ่งต้นมะม่วง สูงจากพื้นประมาณ 5 เมตร  ลักษณะยังนั่งค่อมเกาะติดกับส่วนของลำต้น สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่สวมเสื้อ และพบรองเท้าแตะสีเหลือง ถูกถอดวางไว้ใต้ต้นมะม่วง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน จากผลการตรวจชันสูตรศพของแพทย์เบื้องต้น ไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลที่เกิดจากการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชม.

จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.อัตถจินต์ หนองหว้า ร้อยเวรเจ้าของคดี เบื้องต้น นายปรีชา บุญริน อายุ 43 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต ให้การว่า ผู้ที่มาพบศพคนแรก เป็นคนงานชาวกัมพูชา ขณะกำลังเดินมาปัสสาวะใต้ต้นมะม่วง และบังเอิญเงยหน้าขึ้นไปพบศพ ก่อนที่จะรีบมาบอกตนเอง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุที่ทำให้พี่ชายคิดสั้นจนผูกคอฆ่าตัวตาย คาดว่าน่าจะเกิดจาก  การที่ นายสมชาย มักจะมีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาว ชื่อแพรว ไม่ทราบนามสกุล  ที่เพิ่งอยู่กินมาได้ประมาณ 1 ปี อยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดช่วงคืนที่ผ่านมาทั้งสองคนได้มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่อมาช่วงกลางดึก นางแพรว แฟนของพี่ชาย ได้ขี่รถ จยย. หนีหายออกไปจากบ้าน จึงคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ นายสมชาย น้อยใจ คิดสั้นผูกคอเสียชีวิต

พบกระดูกถูกเผากลางป่าใกล้ค่ายทหาร ครอบครัวเร่งส่งพิสูจน์ใช่ของ “ผอ.อ้อย”หรือไม่

Written on August 31, 2017 at 4:56 am, by

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. จากกรณีนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี นำญาติพี่น้องออกตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผู้อำนวยกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ เจ้าของกิจการร้านจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกและกล่องพัสดุเกรดเอ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานร่วม 2 เดือนแล้ว ล่าสุดได้มีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่น.ส.จุฑาภรณ์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อต้องการส่งผลบุญให้พบกับน.ส.จุฑาภรณ์โดยเร็วนั้น

ล่าสุดวันนี้ เวลา 08.00 น. ที่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสนองศักดิ์ ยินธนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้ร่วมกับญาติพี่น้องออกตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ไปตามสถานที่สงสัยว่า จะเป็นที่ซุกซ่อนตัวของน.ส.จุฑาภรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณใกล้ฐานทหารแห่งหนึ่งแถวพลาญเสือตอนล่าง อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ซึ่งจากการที่ตนและญาติพี่น้องได้ร่วมกันตรวจค้นตามป่าในเขตพลาญเสือตอนล่าง ได้พบโครงกระดูกหลายชิ้นมีร่องรอยถูกเผากองอยู่กับพื้น ตนและญาติพี่น้องจึงช่วยกันเก็บกระดูกทั้งหมด จากนั้น ได้นำเอาไปแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ทราบเพื่อจะได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ว่า เป็นโครงกระดูกของน.ส.จุฑาภรณ์หรือไม่

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อบต ชำและสมาชิก อบต ตำบลชำ อ.กันทรลักษ์ ได้เดินทางมาพบกับนางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของน.ส.จุฑาภรณ์ โดยนำเงินจำนวน 14,210 บาท มามอบให้กับนางแหลม เพื่อเป็นการสมทบทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการตามหาน.ส.จุฑาภรณ์ ซึ่งเงินจำนวนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเงินออมทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ อบต.ชำ ที่ได้เก็บออมกันเองในที่ทำการ อบต.ชำ และเมื่อสมาชิก อบต.ครบวาระ หรือมีการเสียชีวิตจะส่งคืนเงินให้สมาชิกตามจำนวนเงินที่ออมไว้ โดยเงินจำนวนนี้เมื่อหักเงินที่มีการกู้ยืมแล้ว เหลือเงินออมที่จะคืนให้น.ส.จุฑาภรณ์ 6,510 บาท และส่วนหนึ่งเป็นเงินที่ทางคณะผู้บริหารสมาชิก อบต.ชำและเจ้าหน้าที่ อบต.ทุกคน ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสมทบค่าใช้ในการทำบุญให้น.ส.จุฑาภรณ์ 7,700 บาท

นายสุเรียน กล่าวว่า จากการที่น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไปอย่างลึกลับนานร่วม 2 เดือนนั้น ตนได้สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว โดยสอบสวนหาสาเหตุที่น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไปไม่ได้มาปฏิบัติราชการตามปกติ ซึ่งแม้ว่าน.ส.จุฑาภรณ์จะขาดราชการเกินกว่า 15 วันแล้ว แต่ตนยังไม่ได้เสนอเรื่องไปให้หน่วยเหนือไล่น.ส.จุฑาภรณ์ออกจากราชการแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งหากว่าน.ส.จุฑาภรณ์มีเหตุสุดวิสัย เช่นถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้ ก็จะถือว่าไม่ใช่ความผิดและจะเสนอเรื่องให้มาปฏิบัติราชการตามปกติเช่นเดิมต่อไป

 

แฉใช้มีดแทงช่องคลอด‘น.ศ.สาว’ บีบคอ-หมอนกดซ้ำจนสิ้นใจสยองคาม่านรูด

Written on August 25, 2017 at 9:25 am, by

จากคดีพบศพน.ศ.สาววัย 23 ปีเสียชีวิตในโรงแรมม่านรูดแถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายซองขยายข้างและซองเอกสารขยายข้างราคาถูก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อตรวจสอบพบก่อนเกิดเหตุซ้อนจยย.ชายหนุ่มเข้าโรงแรม ผ่านไปครึ่งชั่วโมงฝ่ายชายขี่จยย.หนีไป ต่อมานายศรราม เผ่าเอี่ยมจีน อายุ 23 ปี หนุ่มผู้ต้องสงสัย เข้ามอบตัวกับตำรวจ ให้การว่ารู้จักหญิงสาวผ่านเฟซบุ๊กได้ 2 วัน จึงชวนไปกินข้าว ขากลับขอแวะม่านรูดหวังมีเพศสัมพันธ์ แต่ขณะมีอะไรกันผู้หญิงเกิดอาการชักเกร็งและมีเลือดทะลักออกมา จึงตกใจรีบหนี ยืนยันไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือลงมือฆ่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งศพไปชันสูตรพลิกศพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ส.ค. พ.ต.อ.สาโรจน์ รอดมณี ผกก.สภ.บ้านแพ้ว พร้อมด้วยพ.ต.อ.พันฤทธิ์ วิไลโรจน์ ผกก.สอบสวน สภ.บ้านแพ้ว ได้เข้าตรวจสอบห้องพัก ภายในโรงแรมดังกล่าวอีกครั้ง

พ.ต.อ.สาโรจน์ กล่าวว่า สำหรับชันสูตรศพน.ศ.สาว อย่างไม่เป็นทางการ ทราบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากขาดอากาศหายใจ และพบบาดแผลภายในช่องคลอด โดยอยู่ระหว่างชันสูตรว่าแผลในช่องคลอดเกิดจากสาเหตุใด จากผลการชันสูตรที่ออกมา เจ้าหน้าที่จึงชี้ชัดว่าเป็นเหตุฆาตกรรมแน่นอน เพราะถ้าบริสุทธิ์ใจ เหตุใดหลังเกิดเหตุฝ่ายชายจึงต้องขี่รถหลบหนีไปพร้อมโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย แทนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่หรือตำรวจให้ช่วยเหลือ จึงเชื่อว่ามีส่วนในการก่อเหตุฆาตกรรม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหานายศรราม ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ ส่วนข้อหาข่มขืนต้องรอผลยืนยันอีกครั้ง

“เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผู้ต้องหาได้ฆ่าน.ส.สาว โดยสันนิษฐานว่าใช้วิธีบีบคอหรือใช้หมอนกดปิดหน้าจนขาดอากาศหายใจ จากนั้นใช้อาวุธอาจเป็นมีดแทงที่อวัยวเพศเหยื่อจนเลือดนอง”

เหมือนมีอะไรตัดหน้า! แม่หักหลบพุ่งชนต้นไม้ลูกสาววัย 4 ขวบเจ็บสาหัส

Written on August 19, 2017 at 10:17 am, by

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ลำปาง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนต้นไม้ บริเวณถนนสายบ้านห้วยหล่อไป อ.แม่ทะ ใกล้กับโรงงานผลิตซองขยายข้างและซองเอกสารขยายข้างลำปาง ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส ทะเบียน กอ4933 เชียงใหม่ อยู่ในสภาพพุ่งชนต้นไม้ข้างทางด้านหน้าพังยับเยิน ภายในรถพบคนขับบาดเจ็บสาหัสชื่อนางรัตน์ชดาพร พรมมา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/6 ม.10 ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง และลูกสาววัย 4 ขวบ เนื่องจากถูกกระแทกอย่างรุนแรงภายในตัวรถ เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยเหลือตัวนำออกจากตัวรถและปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลลำปาง อย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามนางรัตน์ชดาพร เปิดเผยว่า ตนขับรถพาลูกสาวมาจากในตัวเมืองลำปาง มุ่งหน้ากลับบ้านที่บ้านต๋อแก้วพัฒนา ต.น้ำโจ้ ถึงที่เกิดเหตุมีอะไรบางอย่างวิ่งตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด ตนตกใจจึงหักพวงมาลัยรถหลบ เป็นเหตุให้รถเสียหลักลงข้างทางและพุ่งชนต้นไม้ที่เป็นป่าละเมาะอย่างจังและทำให้ต้นไม้หักทับตัวรถดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร จะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ใครขวางมีสิทธิ์ตาย! หนุ่มใหญ่เมาแอ๋ขับกระบะส่ายไปส่ายมา ตร.เรียกจอดเจอปืนวางหราบนเบาะ

Written on August 9, 2017 at 10:02 am, by

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. พ.ต.ต.ขุนเขา โพธิ์สุวรรณ สารวัตรสถานทีตำรวจทางหลวง กก.1 บก.ทล ร.ต.อ.อาทิตย์ ศรีสุยงค์ รอง สว. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ออกอำนวยความสะดวกการจราจรบนถนนสายเอเชีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 10-11 เส้นก่อนถึงบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องไปรษณีย์หรือกล่องพัสดุ ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ปรากฎว่ามีรถยนต์กระบะอีซูซุ ทะเบียน ถพ 9011 กทม. ขับส่ายไปส่ายมาอยู่บนถนน

เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้จอด เพราะเกรงจะเกิดอุบัติเหตุ โดยมีนายอดุลย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี บ้านอยู่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ขับมาเพียงลำพังและยังมีลักษณะคล้ายคนเมาสุรา ภายในรถยังมีกลิ่นสุราคละคลุ้ง ส่วนบนหลังมีอาวุธปืนยาวขนาด.22 พร้อมกระสุนปืนอีก 18 นัด พร้อมขวดเครื่องดื่มชูกำลังแต่ภายในมีน้ำสุราวางอยู่ จึงควบควบคุมตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ที่สถานีตำรวจทางหลวงอยุธยา ปรากฎว่ามีแอลกอฮอล์สูงถึง 268 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น

จากการสอบสวนนายอดุลย์ ให้การว่า ทำงานเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในจ.ปทุมธานี ก่อนถูกจับขับรถไปทดลองยิงปืนยาวที่ป่าข้างทางในจ.อ่างทอง เสร็จแล้วขับรถกลับบ้านที่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ขับรถในขณะเมาสุราและมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งตำรวจ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

รถพ่วงแวะร้านสะดวกซื้อ ได้ยินเสียงดัง วิ่งออกมาดู เจอศพหนุ่ม20ดับสยอง-สาวสาหัส

Written on July 25, 2017 at 7:11 am, by

    เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 7 ก.ค.2560 ร.ต.ท.ธนนชัยย์ ศรีบุญจันทร์ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจยย.ชนท้ายรถยนต์บรรทุก มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนโรจนะอยุธยา-วังน้อย บริเวณหน้าร้านขายกล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์ราคาถูกใกล้กับทางเข้าสวนอุตสาหกรรมโรจนะประตู เอ หลักกิโลเมตรที่ 11 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย มูลนิธิพุทไธสวรรย์

พบรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ ตัวแม่หมายเลขทะเบียน 71-4739 นครปฐม ตัวลูกหมายเลขทะเบียน 71-4740 นครปฐม จอดเปิดสัญญาณไฟกระพริบ ถูก จยย.ฮอนด้า ซูเมอร์เอ็กซ์ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 1กม-1036 ชัยภูมิ ชนท้าย จนสภาพด้านหน้าของรถจยย.พังยับเยิน พบศพนายอนุวัฒน์ พิมาย อายุ 20 ปี อยู่หมู่ 5 ต.ขุนทอง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา สภาพศพแขนขาหัก ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์มีเลือดไหลนองพื้นถนน ส่วนผู้บาดเจ็บ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลราชธานี ทราบชื่อ น.ส.พรรนิพา โพธิ์ชัยแก้ว อายุ 20 ปี อาการสาหัส

สอบสวนนายพงษ์พัฒน์ แสนหาร อายุ 41 ปี อยู่หมู่ 9 ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ คนขับรถยนต์บรรทุก ทราบว่าตนเองบรรทุกทรายมาจาก อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา จนไปส่งที่ จ.สมุทรปราการ ได้จอดแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อเปิดสัญญาณไฟกระพริบ ได้ประมาณ 10 นาที ได้ยินเสียง รถถูกชนท้ายอย่างแรง รีบออกมาดู พบว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ มาให้การช่วยเหลือ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นรถจยย.วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายรถยนต์บรรทุกที่จอดอยู่ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ และผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

 

ล่าหนุ่มสุดตื้อขอดูสร้อยทอง 2 บาท เจ้าของร้านเผลอฉกวิ่งหนีขึ้นจยย.

Written on July 11, 2017 at 9:01 am, by

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. พ.ต.ต.สุพรรณ ใจหาญ สว.อำนวยการสภ.บ่อวิน จ.ชลบุรี ทำหน้าที่ สว.จจราจร ได้รับแจ้งจากนางปณิดา เจ้าของห้างทองทองใบ เลขที่ 271/124-125 ฝั่งตรงข้ามร้านขายกล่องกระดาษหรือกล่องไปรษณีย์ราคาถูก หมู่ 6 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่ามีคนร้ายทำทีมาขอดูสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท เมื่อเผลอคนร้าย ซึ่งรูปร่างผอมสูงผิวดำก็กระชากสร้อยคอทองคำวิ่งหลบหนีไปขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอสีขาวคาดเขียว หมายเลขทะเบียน 1กน-4777 ไม่ทราบหมวดจังหวัดที่จอดอยู่หัวมุมร้านหลบหนี ไปทางถนนสุขาภิบาล 8 หลังทราบเหตุจึงรายงานให้ พ.ต.อ.กรพัฒน์ หอมหวล ผกก.สภ.บ่อวิน ประสานเจ้าหน้าชุดสืบสวน ร.ต.อ.สมภพ มะจันทร์ รองสว.สืบสวน มาดูกล้องวงจรปิดที่ร้านทองดังกล่าว

โดยพบว่าคนร้ายทำทีมาขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทโดยพยายามตื้อขอดูจากเจ้าของร้าน และยังพบว่าคนร้ายมีกลิ่นสุราโชยออกมาด้วย เจ้าของร้านคิดว่าเป็นคนค้าขายเมื่อมีลูกค้ามาขอดูสร้อยคอทองคำจึงนำมาให้เลือกดูหลายเส้น จนมาถึงเส้นลายห่วงคู่โปร่งจากนั้นคนร้ายก็กระชากจากมือ แล้ววิ่งไปขี่รถที่จอดอยู่หัวมุมร้านหลบหนีไป

ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งก่อสร้างอยู่ใกล้กับร้านทองเห็นว่าคนร้ายสวมเสื้อยืดสีดำแขนยาวลายขาว กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าแตะแบบสวมสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ สีขาวคาดเขียว หมายเลขทะเบียน 1กน-4777 ไม่ทราบหมวดจังหวัด ซึ่งทางตำรวจตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถที่ใช้ก่อเหตุ พบว่าเป็นของรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า MSX ผู้ครองครองอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของร้ายจากกล้องวงจรปิด ตามรายทางเพื่อเป็นแนวทางติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบแก๊งสกิมเมอร์คาตู้เอทีเอ็ม ขณะกำลังติดตั้งอุปกรณ์ แนะป้องมือกันเห็นรหัสทุกครั้ง!

Written on June 28, 2017 at 8:49 am, by

พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.ถลาง เจ้าของกิจการร้านขายกล่องพัสดุหรือกล่องไปรษณีย์รายใหญ่ เปิดเผยกรณี เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจสภ.ถลาง ร่วมกันจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหาชาวจีน คือ นายโจว ฉ่าว เพิง (ZHOU CHAOPENG) อายุ 30 ปี และนายโจว ฉี่ หง (ZHOU QIHONG) อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลาง เป็นเครื่องคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กโทรนิกส์ จำนวน 2 ชิ้น ,กล้องวีดีโอบันทึกภาพขนาดเล็ก จำนวน 4 เครื่อง,สายเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กโทรนิกส์ จำนวน 1 เส้น ,เทปกาวสองหน้า แบบบาง จำนวน 4 ม้วน ,กุญแจห้องพัก เลขที่ 1203 ของโรงแรมในยางบีช โฮเต็ล,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง ,กล้องวีดีโอบันทึกภาพขนาดเล็ก จำนวน 3 ชิ้น ,คอมพิวเตอร์ แบบโน๊ตบุ๊ค สีดำ จำนวน 1 เครื่อง, อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (ฮาร์สดิส) จำนวน 2 ตัว ,แบตเตอรี่ แบบบาง จำนวน 4 ก้อน , เครื่องเชื่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (หัวแร้ง) จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องติดกาวร้อน จำนวน 1 เครื่อง, กาวร้อน แบบแท่ง จำนวน 9 แท่ง  เเละที่ชาร์ตแบตเตอรี่ แบบบาง จำนวน 2 เส้น

โดยเจ้าหน้าที่จับกุม ตัวได้บริเวณตู้เอทีเอ็ม หน้าร้านสะดวกซื้อ (เซเว่นอีเลเว่น) บ้านลิพอน ม.8 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ต่อเนื่องบริเวณริมถนนเทพกระษัตรี (ฝั่งขาออก) ม.8 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ตเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาสอบสวนเเละเเจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีเครื่องมือ หรือวัตถุสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอม หรือแปลง หรือมีเครื่องมือ หรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง”นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุลผกก.สภ.ถลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากธนาคารผู้ได้รับผลกระทบ จึงให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลกระทั่งพบเบาะเเสเเละขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้มาได้

ทั้งนี้ลักษณะการทำงานของคนร้ายคล้ายกับสกิมเมอร์ทั่วๆไปคือจะนำกล้องขนาดเล็กเเละเเป้นพิมพ์ตัวเลขปลอมที่ทำขึ้นไปติดทับที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อดูดข้อมูลเเถบเเม่เหล็ก เเละดูรหัสผ่าน เมื่อมีคนมากด เครื่องปลอมก็จะบันทึกข้อมูล หากใครไม่เอามือป้องระหว่างการกดรหัส ก็จะโดนกล้องตัวจิ๋ว บันทึกการกดรหัสไว้ ถ้ากล้องเก็บข้อมูลรหัสไว้ได้แล้ว คนร้ายก็จะเอาข้อมูลไปทำบัตรใหม่ก่อนตระเวนกดเงินโดยดูจากรหัสที่กล้องบันทึกไว้ โดยจะต้องได้ทั้งข้อมูลเเละรหัสจึงจะสมบูรณ์

หากได้อย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่สามารถกดเงินได้ เเต่ถ้าได้ทั้งสองอย่างคนร้ายก็จะสามารถดำเนินการตรวจสอบเงินในบัญชีก่อนทำบัตรปลอมเเละตระเวนกดเงินจนหมด จึงฝากย้ำไปถึงพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวหากไม่มั่นใจในการใช้ตู้เอทีเอ็มทำธุรกรรมทางการเงิน สิ่งแรกที่จะช่วยได้คือการใช้มือบังไว้ขณะกดรหัสเพื่อความปลอดภัยหรือหากพบเห็นอุปกรณ์ใดใดบนตู้มีความผิดปกติขอให้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารของเครื่องนั้นๆ

ทั้งนี้ ในส่วนของคดีนี้ เจ้าหน้าที่จะมีการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการอีกหรือไม่ หากมีก็จะเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สั่งเลย