Skip to Content

จับ ‘แชมป์ ลาดหญ้า’ ซิ่งเก๋งหนีตร. สุดท้ายไม่รอดจนมุมของกลางทั้งยาบ้า-ไอซ์

Written on June 19, 2017 at 9:37 am, by

รวบ ‘แชมป์ ลาดหญ้า’อดีตพนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุเเละกล่องไปรษณีย์ ซิ่งเก๋งหนีการจับกุม ตร.สืบสังขละบุรี สุดท้ายไม่รอดจนมุมที่สำนักปฏิบัติธรรมวัดพระธรรมกาย สาขาบ้านพระเจดีย์สามองค์ ของกลางทั้งยาบ้า-ไอซ์ แถมตรวจฉี่เป็นสีม่วง

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พ.ต.อ.มานิตย์ ผลวานิชย์ ผกก.สภ.สังขละบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตน พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิงหา วังวงศ์ทอง รอง ผกก.ป.สังขละบุรี พ.ต.ท.จุมพล เลขสุนทรากร รอง ผกก.สส.สังขละบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.สมชาย โตเฟื่อง สว.ฝอ.ภ.จว.กาญจนบุรี ช่วยราชการ สภ.สังขละบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สังขละบุรี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจ บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู และ เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ ร่วมกันสกัดจับรถยนต์ ยี่ห้อโปรตอน สีดำ หมายเลขทะเบียน ญบ 1385 กทม.คนขับชื่อนายธนัชนนท์ หรือ แชมป์ พิมพ์สุภานนท์ อายุ 25 ปี อดีตพนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายกล่องพัสดุเเละกล่องไปรษณีย์ อยู่บ้านเลขที่ 282/172043 หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี เนื่องจากต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

จนกระทั่งพบนายธนัชนนท์ หรือ แชมป์ ถือกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ ไปพบพนักงานขับรถยนต์โดยสารสายสังขละบุรี-กาญจนบุรี ไม่นานนักก็เดินไปที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง พร้อมกระเป๋าใบดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ไปสอบถามพนักงานขับรถยนต์โดยสาร จึงทราบว่านายธนัชนนท์จะฝากกระเป๋าไปให้เพื่อนที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี แต่พนักงานขับรถไม่รับเนื่องจากมีกฎว่า หากใครจะฝากกระเป๋า คนฝากจะต้องถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนให้ นายธนัชนนท์จึงไม่ยอมฝาก เจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่าภายในกระเป๋าจะต้องมีสิ่งผิดกฎหมายอย่างแน่นอน

เจ้าหน้าที่จึงรีบติดตามไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อตรวจค้น แต่เมื่อนายธนัชนนท์เห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้วิ่งไปขึ้นรถยนต์แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังติดตามไปอย่างกระชั้นชิด และพบว่าขับรถยนต์เลี้ยวเข้าไปภายในสำนักปฏิบัติธรรมวัดพระธรรมกาย สาขาบ้านพระเจดีย์สามองค์ ระหว่างหลบหนีพบนายธนัชนนท์ โยนวัตถุบางอย่างลงจากรถยนต์ ก่อนที่จะไปจนมุมเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในสำนักปฏิบัติธรรมฯ เนื่องจากเป็นทางตัน

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจค้นหาวัตถุที่โยนทิ้งจากรถยนต์ พบเป็นซองบุหรี่ยี่ห้อหนึ่ง ภายในมียาบ้าพันด้วยกระดาษกาว จำนวน 195 เม็ด ยาไอซจำนวน 3 ถุง หนัก 8.98 กรัม แต่นายธนัชนนท์ ตอบปฏิเสธอย่างเสียงแข็ง พร้อมกับสะบัดตัวและนั่งๆยืนๆไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่จับกุม ในที่สุดพบซองพลาสติกสีฟ้าแบบรูดเปิด-กดปิดหล่นจากกระเป๋ากางเกง จำนวน 1 ถุง ซึ่งซองดังกล่าวเป็นชนิดเดียวกันที่ใช้สำหรับบรรจุยาบ้าและยาไอซ์ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.สังขละบุรี

จากนั้นได้นำตัวไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดที่ รพ.สังขละบุรี ผลพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ จึงถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา” มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์ ) โดยผิดกฎหมาย

คนร้ายถีบจยย.พยาบาลสาวหัวฟาดโคม่า! คดีไม่คืบ-วอนขอบริจาคเลือดด่วน

Written on June 2, 2017 at 4:51 am, by

วันที่ 1 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเปิดเรื่องราวสลด ที่จ.ชลบุรี ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนขี่รถจักรยานยนต์ ติดตามนางสาวนันทพร บุญประสพ อายุ 21 ปี พยาบาลวิชาชีพปฎิบัติการ แผนกวิสัญญี ของโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี โดยเกิดเหตุเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2560 เวลา 07.00 น. โดยทางนางสาวนันทพร ได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีทอง หมายเลขทะเบียน กนค 720 ตราด ไปตามถนนมนตะเสวี ใกล้กับโรงงานผลิตเเละจำหน่ายซองขยายข้างและซองเอกสารขยายข้างเกรดเอ ก่อนจะถึงโรงพยาบาลมะเร็งเพียง 500 เมตร คนร้ายได้กระชากกระเป๋า จนทำให้รถของพยาบาลสาวล้มลง และศรีษะไปฟาดกับขอบถนน จนสมองได้รับความกระทบกระเทือน คนร้ายได้กระเป๋า ภายในมีเงินสด และยังถอดแหวนในนิ้วมือหนัก 1 สลึงหลบหนีไป หลังจากนั้นพลเมืองดีจึงนำนางสาวนันทพรส่งโรงพยาบาลชลบุรี

ล่าสุดนางสาวนันทพร ยังรักษาตัวอยู่ภายในห้องไอซียู อาการวิกฤต แพทย์ต้องผ่าตัดสมองถึง 2 ครั้ง เลือดคลั่งในสมอง อาการยังน่าเป็นห่วง

ทางด้านนางชวน บุญประสพ แม่ของพยาบาลสาวและญาติๆได้มาเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับเผยว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ลูกสาวได้ออกเวรจาก รพ.เอกชน ช่วงเวลา 06.00 น. และได้ขี่รถจักรยานยนต์ ไปทำงานต่อที่โรงพยาบาลมะเร็ง อีกประมาณ 500 เมตรจะถึงที่ทำงาน มีคนร้ายขี่จักรยานยนต์มาประกบ พร้อมกับใช้เท้าถีบรถของลูกสาวล้มล เพื่อขโมยของ โดยศรีษะของลูกสาวไปฟาดกับขอบถนน จนแน่นิ่งไป ต่อมาพลเมืองดีก็รีบนำส่งโรงพยาบาล ตอนนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู หมอผ่าตัดสมอง มีเลือดคลั่ง หมอบอกว่ากำลังเฝ้าดูอาการอยางใกล้ชิด

“ตอนนี้ขอรับบริจาคเลือดกรุ๊ปโอ ให้น้องด่วน รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก เพราะลูกสาวเรียนจบพยาบาล และไปเรียนเฉพาะทางเป็นพยาบาลวิสัญญี ของโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี และขอวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งเรื่องก็เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. แล้ว ตอนนี้คดีก็ยังไม่คืบ เพียงแต่บอกว่า ต้องรอกล้องวงจรปิดในวันที่ 4 มิ.ย ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมต้องไปรอถึงวันที่ 4 ตำรวจมีอำนาจขอตรวจสอบได้ แต่ทำไมไม่ทำกัน ลูกสาวก็ช่วยเหลือคนมาตลอด อยากจะให้ช่วยกันบ้าง” แม่กล่าวด้วยน้ำตา

ชาวบ้านอพยพวุ่น! แก๊สแอมโมเนียรั่วกลิ่นเหม็นตลบ ระทึกกลางเมืองระนอง

Written on May 30, 2017 at 4:06 am, by

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดระนอง รับแจ้งเกิดเหตุแก๊สแอมโมเนียรั่วไหลจากภายในโรงน้ำแข็งตรงข้ามบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูกหรือกล่องพัสดุ บริเวณสี่แยกประปากลางเมืองระนอง ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณส่งผลกระทบกับประชาชนที่สูดดมเข้าไปจนใจไม่ออก ปวดแสบตา และแสบจมูก จึงรีบประสานหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองระนอง และศูนย์นเรนทรร.พ.ระนอง เร่งระดมกำลังเข้าตรวจสอบเหตุและเข้าช่วยเหลือประชาชน

โดยที่เกิดเหตุพบประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณสี่แยกตลาดเก่า ถนนท่าเมือง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง ประมาณ 10 ครัวเรือนซึ่งอยู่ด้านหลังโรงน้ำแข็ง ได้รับผลกระทบโดยตรง จากแก๊สแอมโมเนียหรือแก๊สไข่เน่า ซึ่งเป็นสารหล่อเย็นสำหรับใช้ทำน้ำแข็งฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณและเข้าไปอบอวลภายในตัวบ้าน ชาวบ้านหลายลังบ้านต้องรีบปิดบ้านแล้วย้ายคนชราและผู้พิการออกทันที บางบ้านต้องออกมาอยู่หน้าบ้านเพื่อหายใจและเปิดประตูบ้านเพื่อให้อากาศไหลเวียน

ประชาชนที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะนั่งรับประทานข้าวภายในบ้านมีกลิ่นเข้ามาในตัวบ้าน ทุกบ้านต้องรีบออกมาหน้าบ้านและพาคนในบ้านออกไปทันที และมีหลายบ้านได้พาผู้สูงอายุไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว

ขณะที่ชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้าทำการตรวจสอบภายในโรงน้ำแข็ง พบช่างภายในโรงงานได้รีบเข้าดำเนินการแก้ไขวาวล์เปิด-ปิดท่อส่งแก๊สสำหรับทำความเย็น ที่เกิดการชำรุดเป็นที่เรียบร้อยภายในเวลา 15 นาที แต่ภายในโรงงานยังมีกลิ่นแก๊สอบอวลอยู่ เจ้าหน้าที่หลายคนต้องเอาชายเสื้อปิดปากและจมูกในขณะเข้าทำการตรวจสอบ

นายอรุณ นิลวิเชียร หัวหน้าชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า เมื่อได้แจ้งเหตุแก๊สแอมโมเนียรั่ว บริเวณโรงน้ำแข็งใกล้กับที่ทำการประปา เมื่อเข้าไปตรวจแล้วพบว่าช่างได้เร่งแก้ไขปัญหาซ่อมจุดที่รั่วไหลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ภายในโรงงานที่ยังมีกลิ่นหลงเหลืออยู่เนื่องจากเป็นที่อับ การระบายอากาศและระบายแก๊สได้ช้า แต่สถานการณ์เบื้องต้นปลอดภัย ช่างได้ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบบร้อย

อพยพวุ่นกว่า 200 ชีวิต หนีก๊าซรั่วในนิคมมาบตาพุด ควันพุ่งฟุ้งรอบโรงงาน

Written on May 19, 2017 at 9:09 am, by

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ก๊าซรั่ว นิคมมาบตาพุด

วันที่ 19 พ.ค. เจ้าหน้าที่การนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ได้รับแจ้งว่ามีก๊าซรั่วไหลออกมาภายในบริษัทบางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG) อยู่ติดบริษัทผลิตกล่องพัสดุหรือกล่องไปรษณีย์เกรดเอ เลขที่ 14 ถนนไอ 4 นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานหน่วยฉุกเฉินเพื่อระงับเหตุทันที

เมื่อไปถึงพบมีกลุ่มควันสีขาวปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ พนักงานที่ทำงานในบริษัทที่เกิดเหตุและใกล้เคียงกว่า 200 คน พากันอพยพหีตายออกมาจากบริเวณที่เกิดเหตุ และออกจากพื้นที่ทันที จากนั้นทีมตรวจสอบฉุกเฉินของบริษัทก็ได้เข้าตรวจสอบและพบว่าเกิดจากท่อออกซิเจนจากสายท่อที่ใช้สำหรับระบายก๊าซออกซิเจนทิ้ง (Draun line) ซึ่งมีแรงดันต่ำขนาด 1-2 บาร์ เกิดรั่วไหลออกมา จึงทำให้เกิดควันขาวปกคลุมรอบๆ บริษัท เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปปิดวาล์วท่อก๊าซที่รั่ว จนทำให้สามารถควบคุมการรั่วได้ และยังได้ใช้เครื่องวัดก๊าซตรวจสอบตามท่อส่งทั้งหมดก็ไม่พบว่ามีการรั่วไหลของก๊าซออกมาอีก

ด้าน ดร.วิไลรัตน์ เจริญใหม่รุ่งเรือง ผจก.อาวุโส ส่วนความปลอดภัยบริษัท BIG ได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่า เกิดจากท่อออกซิเจนจากสายท่อที่ใช้ระบายก๊าซทิ้ง มีการรั่วใหลออกมา เพราะการล้า (Fatigne) ของท่อก๊าซออกซิเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทใช้เวาลาร่วม 1 ชั่วโมง สามารถปิดวาล์วและควบคุมการรั่วไหลทั้งหมดจนเข้าสู่ภาวะปกติ และทางบริษัทจะเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อซ่อมแซมท่อที่เกิดการรั่วให้สมบูรณ์ต่อไป

สำหรับ บริษัทยางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ BIG เป็นบริษัทที่ดำเนินส่งก๊าซไนโตรเจน และออกซิเจน ให้กับบริษัทในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยการต่อท่อตรงถึงแต่ละโรงงานที่ซื้อก๊าซจากบริษัท ซึ่งได้เปิดดำเนินการมาประมาณ 30 ปี แล้ว

“มูลนิธิปลอมเรี่ยไร” เจอคนจริงถึงกับเงิบ !!

Written on March 10, 2017 at 9:02 am, by

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNi8yMTgxMjU5LzUuanBn

เผยคลิปสาวอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิออกเรี่ยไรเงินบริจาคใส่กล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์ แต่ดันเจอคนรู้กฎหมาย บอกเลยงานนี้มีเงิบ

เพจดัง “เจ้าพ่อคลิปเด็ด” โพสต์คลิป วีดีโอความยาวประมาณ 2 นาที พร้อมระบุข้อความ “ต้องเอาให้หนัก “มูลนิธิปลอมเรี่ยไร” เจอคนสุรินทร์เข้าไป เถียงไม่ออกเลยงานนี้”

เป็นเหตุการณ์ที่ชายเสื้อสีชมพู ถามข้อกฎหมายการออกมาเรี่ยไรเงินบริจาคกับสาวที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ช่วงแรกเธอสามารถตอบคำถามได้ แต่เมื่อโดนถามหนักเข้าในข้อกฎหมาย ทำเอาสาวเจ้าหน้าที่มูลนิธิถึงกับมีอาการตอบติดๆ ขัดๆ เพราะตอบไม่ได้

เช่น ถามว่ารู้หรือไม่ว่าการออกมาเรี่ยไรเงินบริจาคแบบนี้ต้องขออนุญาตหน่วยงานไหน ซึ่งสาวที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ตอบว่ารู้ ต้องขออนุญาตกระทรวงมหาดไทย และได้รับอนุญาตแล้ว

ทั้งนี้ ชายคนเดิมจึงถามต่อว่า เมื่อกระทรวงมหาดไทยอนุญาต ก็หมายความมาสามารถขอรับบริจาคในพื้นที่ที่ยื่นขอ แต่นี่ที่จังหวัดสุรินทร์ จะเอาหนังสือที่ได้รับอนุญาตที่อ้างว่าได้รับมานั้นมาขอรับบริจาคข้ามถิ่นไม่ได้ ต้องไปยื่นขอใหม่ที่ท้องถิ่นนั้นๆ

และหนังสืออนุญาตที่ได้มามันมีระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หรือ การเดินออกมารับบริจาคในลักษณะนี้ผิดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ที่ต้องตั้งโต๊ะรับบริจาคที่มูลนิธิของตัวเองเท่านั้น

ยิ่งลักษณ์เลี้ยงอาหารกลางวันผู้หญิง-เด็กวันสตรีสากล

Written on March 7, 2017 at 9:45 am, by

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNS8yMTc5NzQ2Lzc2ODE5NS0wMS5qcGc=

‘ยิ่งลักษณ์’ นำอดีต ส.ส.หญิงเพื่อไทย เลี้ยงอาหารกลางวันผู้หญิง – เด็ก พร้อมมอบเงิน สิ่งของบริจาคจากโรงงานขายกล่องกระดาษและกล่องไปรษณีย์ให้แก่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยอดีต ส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย เดินทางมาเลี้ยงอาหารกลางวันผู้หญิง และเด็ก พร้อมมอบเงิน และสิ่งของบริจาคให้กับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เนื่องจากวันพรุ่งนี้คือ 8 มีนาคม เป็นวันสตรีสากล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ตักพิซซ่าพร้อมไก่ทอดแจกเด็กเล็ก และทักทายเด็ก ๆ อย่างเป็นกันเอง พร้อมพูดคุยและให้กำลังใจกับผู้หญิงที่สมาคมฯ ได้ให้ความช่วยเหลือ ก่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยมศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อน ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลเด็กทารกที่แม่ประสบปัญหาท้องไม่พร้อม เพื่อเตรียมหาพ่อแม่อุปถัมถ์ รวมถึงรับฝากเลี้ยงชั่วคราวเพื่อให้แม่ไปหางานทำหรือศึกษาต่อ

อย่างไรก็ตาม สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เป็นองค์กรสาธารณกุศล ที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ประสบปัญหาวิกฤติชีวิต ผ่านกระบวนการช่วยเหลือฟื้นฟูด้วยการสร้างความเข้มแข็ง ให้การศึกษา และฝึกอาชีพ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และสถานภาพ ให้ยืนหยัดได้ในสังคมอย่างเหมาะสม ทั้งยังเป็นบ้านพักฉุกเฉินในการดูแลผู้หญิงที่ประสบปัญหาต่าง ๆ เช่น ถูกกระทำความรุนแรง ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ท้องเมื่อไม่พร้อม ถูกทอดทิ้ง ไม่มีงานทำ ไม่มีที่พัก ฯลฯ และเป็นองค์กรที่รณรงค์เสริมสร้างสถานภาพผู้หญิงอันจะนำไปสู่ความเสมอภาคระหว่างหญิงและชายในสังคมอีกด้วย

เตือนภัยมิฉาชีพหลอกสับเปลี่ยน จากเบียร์เป็นน้ำเปล่า

Written on February 23, 2017 at 9:42 am, by


เตือนภัยมิจฉาชีพ หลอกสับเปลี่ยนเบียร์ เทน้ำลงขวดใส่ลังนำมาคืนเจ้าของร้าน พบกำลังระบาดในพื้นที่ดอนเมือง

สมาชิกเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ Namthip Chumchat ได้โพสต์คลิป พร้อมข้อความเตือนภัยมิจฉาชีพ โดยคลิปดังกล่าว มีความยาว 3.19 นาที โดยผู้โพสต์ระบุว่า ที่บ้านเปิดร้านขายของชำและกล่องไปรษณีย์, กล่องพัสดุ และเมื่อวานนี้ (22/2/60) เวลาประมาณ 09.20 น. มีผู้ชายสวมเสื้อกีฬาสีฟ้า สวมหมวกแก๊ป และสวมแว่นดำ เดินเข้ามาในร้านเพื่อสั่งเบียร์ 1 ลัง แล้วก็จ่ายเงินให้กับทางเจ้าของร้านตามปกติ

หลังจากนั้นไม่นาน ชายคนดังกล่าวได้เดินถือลังเบียร์ลีโอ ที่ด้านในมีการสับเปลี่ยน เอาน้ำเปล่าใส่ขวดเบียร์ แล้วเอามาเปลี่ยนคืนที่ร้านของตนเอง โดยอ้างว่าซื้อเบียร์ไปผิด เพื่อนสั่งให้ซื้อเบียร์อีกยี่ห้อ

ด้วยความที่เจ้าของร้านชะล่าใจ และไม่ทันสังเกตจึงยกเบียร์ช้าง มาเปลี่ยนให้มิจฉาชีพคนดังกล่าว พร้อมกับคืนเงินส่วนต่างไปให้อีกกว่า 10 บาท ก่อนที่ชายคนนั้นจะรีบเดินออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว

ส่วนที่ทราบว่าเป็นเบียร์ปลอม เพราะได้ขายเบียร์ ให้กับลูกค้า แล้วลูกค้านำเบียร์มาคืน บอกว่าด้านในเป็นน้ำเปล่า ทางเจ้าของร้านก็ลงเปิดเบียร์ลังที่ถูกเปลี่ยนดู ปรากฏว่าเป็นน้ำเปล่ายกลังทำให้รู้ว่าถูกมิจฉาชีพคนดังกล่าวหลอกเชิดเบียร์ไป 1 ลังฟรี ๆ

หลังจากเหตุการณ์ ทางเจ้าของร้านได้มีการกระจายข่าวให้เพื่อนบ้านในชุมชนทราบ ปรากฏว่า มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับร้านขายของชำหลายร้านในพื้นที่เขตดอนเมือง ผู้ประสบเหตุรายนี้จึงนำคลิปมาแจ้งเตือนภัยให้ทราบว่า ให้ระวังมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบนี้ด้วย พร้อมกับฝากถึงตำรวจ ให้ช่วยติดตามแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้มาดำเนินคดีด้วย

ชายสวิต วัย 77 ขับจยย.ถนนลื่น แหกโค้งตกเขาเกาะสมุยดับ แฟนชาวไทยรอดแต่สาหัส

Written on February 4, 2017 at 3:32 am, by

201702032031281-20060530143915-696x403

ชายสวิต เจ้าของร้านขายกล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ วัย 77 ขับจยย.ถนนลื่น แหกโค้งตกเขาเกาะสมุยดับ แฟนชาวไทยรอดแต่สาหัส

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์แหกโค้งตกเขาป้อม ม.2 ต.หน้าเมือง มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 รายเป็นชาวต่างชาติ และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นหญิงไทย จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กระจะจ่าง ผกก.สภ.เกาะสมุย รับทราบ และแจ้งให้ ร.ต.ท.หญิง ปิยานุช ฮวดกุล ร้อยเวรสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากปากทางขึ้นเขาป้อมไปประมาณ 1 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นถนนคอนกรีต ทางโค้งซิกแซก และมีความลาดชัน ที่ไหล่ทางพบรอยดินครูดไถลเป็นทางยาวลงไปด้านล่างที่เป็นทางลาดชัน และพบเสากันโค้งถูกชนจนถอนออกจากดิน ห่างออกไปจากไหล่ถนนประมาณ 10 เมตร พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อว่า นายอานเดอรี ฟรานคอยส์ อัลฟอนส์ อายุ 77 ปี สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ เจ้าของกิจการร้านขายกล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ นอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพร่างกาย แขนขาหักผิดรูป ห่างออกไปด้านล่างเขา ประมาณ 30 เมตร พบผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ทราบชื่อว่า นางหนูนา อายุประมาณ 40 ปี นอนร้องครวญคราง ข้างรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิ๊กไอ สีขาวดำ หมายเลขทะเบียน อษส 41 กรุงเทพมหานคร ที่อยู่ในสภาพพังยับทั้งคัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯได้ช่วยกันนำร่างผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเกาะสมุย โดยอาการเบื้องต้นไม่สามารถให้การได้ รักษาตัวอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน

สอบถามนายบุญชู ดำพิน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเกาะสมุย ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุมีฝนตกหนัก ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขี่ลงมาจากเขาป้อมพร้อมส่งเสียงหวีดร้องเสียงดัง พอหันมาดูก็พบว่ารถจักรยานยนต์ได้หลุดโค้งลงไปด้านล่างเขา ก็รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าช่วยเหลือ ส่วนการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ตนเองคิดว่าน่าจะขี่รถจักรยานต์ด้วยความเร็วสูง ถนนลื่น และไม่มีความชำนาญเส้นทาง นอกจากนี้ขอฝากร้านรถเช่าควรตรวจสอบนักท่องเที่ยวที่มาเช่ารถ เรื่องการขับขี่รถก่อนจะปล่อยเช่าไป เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนสันนิษฐานว่า นักท่องเที่ยวพร้อมกับแฟนสาวไทยได้ขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นเขาป้อมเพื่อไปชมวิวทะเล ขาลงเขาที่มีความชัน รถจักรยานยนต์เป็นแบบเกียร์ออโตเมติค ผู้ขี่ไม่สามารถชะลอความเร็วด้วยกำลังเครื่องยนต์ได้ จึงได้แตะเบรคตลอดเวลาจนเบรคไหม้ทำให้เบรคไม่อยู่ และมีฝนตกหนัก ทำให้รถวิ่งหลุดโค้งตกเขา อย่างไรก็ตามได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อสาเหตุการตายครั้งนี้ว่ามีปริมาณแอลกอฮอร์ในร่างกายหรือไม่ และตรวจสอบประวัติการรักษาพยาบาลและโรคประจำตัว และประสานไปยังสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทยเพื่อติดติอญาติต่อไป

DSIยึดของกลางสอบบริษัทจดประกอบรถลาดกระบังผิดกม.

Written on January 19, 2017 at 7:09 am, by

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzMS8yMTU1MTg2Lzc1Nzk0Ni0wMS5qcGc=

ดีเอสไอ บุกค้นบริษัทจดประกอบรถ โดยเปิดเป็นร้านขายกล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์บังหน้า ย่านลาดกระบัง เอี่ยวผิด พ.ร.บ.ศุลกากร ยึดรถหรู 1 คัน ฮาเล่ย์ อีก 8 เร่งตรวจสอบเอกสารทั้งหมด – ยังไม่แจ้งข้อหา

ภายหลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำกำลัง พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจค้น บริษัท เจ เอ็มดับบลิว มอเตอร์ จำกัด อยู่ในเขตการค้าเสรีนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง จดทะเบียนจัดตั้งประกอบกิจการนำเข้าและจำหน่ายรถยนต์เก่า หลังจากการสืบสวนพบว่า บริษัทแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการนำเข้าอะไหล่รถยนต์ ที่มีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร

ด้าน นายพงษธร อินอำนวย รักษาราชการแทนพนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญ สำนักคดีอาญา 1 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถหรูจดประกอบกว่า 30 คัน เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 โดยพบว่าเอกสารนำเข้าอะไหล่ที่ไปยื่นต่อกรมการขนส่งทางบก เกือบร้อยละ 90 เป็นของบริษัทนี้ แต่จากการตรวจสอบพบว่า รถหรูทั้งหมดเป็นการนำรถมือสองทั้งคันจากต่างประเทศ ถือเป็นการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการนำเข้า โดยจากการตรวจค้นพบรถโรลส์รอยซ์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮาเลย์ เดวิดสัน 8 คัน ซึ่งรถของกลาง กรมศุลกากรอายัดไว้แล้ว โดยห้ามเคลื่อนย้าย หรือจำหน่ายจ่ายแจก

ส่วนเอกสารภายในบริษัท ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ว่ามีความผิดหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และบริษัทยังสามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ แต่หากพบว่าเข้าข่ายความผิดใดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านรามคำแหง 190/1 ซึ่งเป็นที่พักอาศัย ของ นายมานะ สมบูรณ์ทรัพย์ เจ้าของและกรรมการผู้จัดการของบริษัทดังกล่าว โดยจากการตรวจค้นพบ นายมานะ อยู่ภายในบ้าน และตรวจยึดเอกสารบางส่วนไปทำการตรวจสอบ

ญาติโวยปิกอัพเมาซิ่งชนมินิมาร์ท ขยี้น.ศ.หนุ่มถูกตัดขา-แต่คดีไม่คืบ ไร้เงาคนขับดูแล

Written on January 7, 2017 at 7:21 am, by

04

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. จากกรณีนายดำรง อายุ 62 ปี เจ้าของกิจการจำหน่ายกล่องพัสดุ กล่องไปรษณีย์ ขับรถกระบะ 4 ประตูสีดำ ป้ายแดง ทะเบียน ก -1317 บุรีรัมย์ พุ่งชนร้านสามเอ็มมินิมาร์ท ทำให้นายมงคล โพธิชัย อายุ 18 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ แผนกช่างยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นต้องตัดขาทิ้ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา บริเวณโค้งหนองหรือ หอเสริมสุนีย์ ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดนายธวัชชัย โรรัมย์ เจ้าของร้านมินิมาร์ท และญาตินายมงคล โพธิชัย อายุ 18 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ระดับ ปวช.ปี 3 แผนกช่างยนต์ รวมถึงกลุ่มเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกชนได้รับความเสียหายในคืนเกิดเหตุอีก 7 คัน รถยนต์ 2 คัน ได้มารวมตัวกันที่ร้านสามเอ็ม มินิมาร์ท เพื่อร้องเรียนผ่านสื่อ เพราะเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ก่อเหตุ เนื่องจากตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ ผู้ก่อเหตุยังไม่เยี่ยมผู้บาดเจ็บ และยังไม่มีพนักงานสอบสวนมาสอบปากคำผู้เสียหาย รวมถึงบริษัทประกันยังไม่ติดต่อมายังผู้เสียหาย สร้างความกังวลใจให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก

เจ้าของร้านสามเอ็มมินิมาร์ท บอกว่า หลังเกิดเหตุคนขับรถได้มาติดต่อว่าจะรับผิดชอบเรื่องค่าเสียหายที่ทำให้ประตูกระจกพัง ตนเห็นเป็นคนรู้จักก็ไม่คิดอะไร ผ่านมา 4 วันไม่มีใครมาติดต่อสอบถาม ไม่มีตำรวจมาสอบเพิ่ม รวมถึงบริษัทประกันไม่เคยเข้ามาติดต่อ จึงจำเป็นต้องหาช่างมาซ่อมแซมประตูเพื่อให้ดำเนินกิจการต่อได้ ตอนนี้ผู้เสียหายทั้งหมดกังวลใจ เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้านน.ส.นรมน อ้อนไธสง อายุ 27 ปี พี่สาวนายมงคล ผู้บาดเจ็บ บอกว่า หลังเกิดเหตุมาจนถึงวันนี้ มีเพียงญาติของคนขับรถนำเอกสารบางอย่างมาให้เซ็น แต่ไม่กล้าเซ็น ที่แปลกใจคือผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส ยังไม่เคยเห็นหน้าผู้ก่อเหตุมาเยี่ยม ได้รับเพียงโทรศัพท์ว่าไม่ให้นำภาพไปแชร์ มิฉะนั้นจะไม่ช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย มาจนถึงขณะนี้ผู้เสียหายทั้งหมดต่างกังวลใจเกรงว่าจะไม่มีใครออกมารับผิดชอบ โดยเฉพาะสภาพจิตใจของน้องชายที่ยังรับไม่ได้กับสภาพของตัวเองและจะถามทุกครั้งว่าอยากเห็นหน้าและคุยกับคนขับรถ

ขณะที่พ.ต.อ.บัณฑิต อ่อนสาคร ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทางตำรวจไม่ได้นิ่งดูดาย หลังเกิดเหตุก็จับคนขับรถมาตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้ 69 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และแจ้งข้อกล่าวหาทั้งขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเมาแล้วขับไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตำรวจต้องรอให้คู่กรณีเจรจาตกลงกันเองในเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายก่อน หากตกลงกันไม่ได้ตำรวจจึงจะเข้าไปไกล่เกลี่ย ประกอบกับรถคันก่อเหตุทำประกันชั้นที่ 1 กับบริษัทประกันเอาไว้ ซึ่งบริษัทประกันจะต้องมารับผิดชอบอยู่แล้ว ส่วนการปล่อยตัวผู้ต้องหาก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย

 

สั่งเลย